Monday, September 14, 2015

จีนไปไกลแล้ว นำเทรนด์กิ๊บอาหารติดผม หมู หมึก กุ้ง แมลงสาบก็มา




             แค่ติดต้นไม้ปลอมบนหัวยังไม่สะใจ คราวนี้พี่จีนผุดเทรนด์เครื่องประดับผมใหม่ กิ๊บติดผมรูปอาหารสารพัดเมนูทั้งคาวหวาน มีให้เลือกจุใจ แมลงสาบยังมีเลย จ๊ากกกก

 
             วันที่ 13 กันยายน 2558 เฟซบุ๊ก CCTV News  โพสต์ ภาพเทรนด์สวยงามใหม่ของอาหมวยจีน เมื่อพวกเธอเหล่านั้นลุกมาติดกิ๊บสไตล์ใหม่ หลังจากเพิ่งมีเทรนด์ติดต้นไม้ปลอมบนหัวไปหยก ๆ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน (อ่านข่าว พี่จีนผุดเทรนด์ใหม่ ปลูกต้นไม้บนหัว สะพรั่งทั่วเมืองแล้ววันนี้) แต่เทรนด์ใหม่สุดแนวกว่าเดิมคราวนี้ เป็นกิ๊บติดผมรูปอาหารหลากเมนูเนี่ยสิ !


                  กิ๊บอาหารที่ว่านี้ก็มีให้เลือกหลากหลายเมนูด้วยกัน ทั้งหมูสามชั้นต้มพะโล้ ซี่โครงหมูอบ ไข่ดาว เบคอน เกี๊ยวซ่า กุ้งเผา น่องไก่ทอด และเมนูอื่น ๆ อีกเพียบ


                    แต่ที่น่าสะพรึงที่สุดก็คือ กิ๊บติดผมรูปแมลงสาบเนี่ยสิ ! คุณพระคุณเจ้าช่วย ไม่รู้ว่ากิ๊บเก๋ยูเรก้าตรงไหนถึงหยิบมาติดหัวซะได้ แบบนี้นี่ถ้าลองติดกิ๊บแมลงสาบพร้อม ๆ กับกิ๊บอาหารล่ะก็นะ...แทนที่จะดูน่ากิน กลับกลายเป็นว่าดูสกปรกไปเลย.. แหม่ ทำไปได้เนอะ




 
ภาพจาก chuansong.me,pangshu.com
http://hilight.kapook.com/view/126399

Saturday, September 12, 2015

ขำน้ำตาเล็ด ! เมื่อสุนัขตัวนี้ชอบอมเท้าเล่นเป็นงานอดิเรก





         สุนัขแต่ละตัวต่างก็มีพฤติกรรมต่างกันไปตามสายพันธุ์ แต่เจ้าตูบตัวนี้มีพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากตัวอื่น ๆ อย่างสุดขั้ว เพราะมันชอบอมเท้าตัวเองยามว่าง

          สุนัขที่ว่าแปลกอาจกลายเป็นสุนัขปกติไปเลยเมื่อเทียบกับเจ้า นิคโก (Nikko) ที่ถูกเจ้าของรับมาเลี้ยงเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กับพฤติกรรมแปลก ๆ ชวนฮา หลังจากพบว่านิคโกชอบยกเท้ามาอมเล่น จนถึงตอนนี้เจ้าของเองก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าไปเอานิสัยประหลาด ๆ นี้มาจากไหน รู้แค่เพียงว่า เจ้านิคโกไม่ได้มีความผิดปกติทางร่างกายหรือสมองแต่อย่างใด แต่งานนี้ก็สร้างเสียงฮาจนเจ้านายของเจ้านิคโกต้องนำภาพมาเผยแพร่แบ่งปัน ความน่ารักผ่านเฟซบุ๊ก Nikko


              โฉมหน้าเจ้านิคโก หน้าตาดูไม่ต่างอะไรกับสุนัขตัวอื่น ๆ ใช่ไหมล่ะคะ แต่พอไม่มีอะไรทำเท่านั้นแหละ ก็กลายเป็นภาพฮา ๆ แบบนี้ !









ขอขอบคุณข้อมูลจาก viralnova, itsjustjollyranchers และ เฟซบุ๊ก Nikko
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Nikko
http://pet.kapook.com/view128770.html

Friday, September 11, 2015

โลกกลม ผัวจ้างนักสืบสะกดรอยเมียมีชู้ แจ็คพอตพบชู้คือลูกนักสืบเอง




              ครูสอนเต้นวัย 33 แอบมีสัมพันธ์ลับ ๆ กับนักเรียนชายวัย 17 ถูกตั้งข้อหาหนัก 7 กระทง หลังสามีจ้างนักสืบตามดูพฤติกรรมน่าสงสัย แทบช็อกเมื่อนักสืบพบว่า ชู้รักวัยรุ่นของเธอคือลูกชายของตนเอง

             วันที่ 10 กันยายน 2558 เว็บไซต์มิเรอร์ เปิดเผยข่าวจากสหรัฐอเมริกา เมื่อครูสอนเต้นสาววัย 33 ปี นามว่า เอมเบอร์ เทลฟอร์ด ผู้เปิดโรงเรียนสอนเต้นอยู่ที่รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา แอบลักลอบคบชู้สู่ชายกับนักเรียนวัยรุ่นชายวัย 17 ปี ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่โรงเรียนสอนเต้นของเธอเอง

             พอล เทลฟอร์ด สามีของเธอเริ่มสงสัยในพฤติกรรมแปลก ๆ ของภรรยา เช่น เธอมักจะออกไปข้างนอกตอนกลางดึกบ่อย ๆ รวมถึงเธอยังยื่นฟ้องหย่าสามีทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด พอลจึงตัดสินใจจ้างนักสืบเอกชนเพื่อสืบหาความจริง

             เมื่อ วันที่ 28 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว นักสืบตามรอยจนพบเอมเบอร์และหนุ่มวัยรุ่นชั้นมัธยมปลายกำลังมีเซ็กส์กันที่ โรงเรียนสอนเต้นของเอมเบอร์เอง โดยเขาได้แอบถ่ายภาพเพื่อเป็นหลักฐานไว้เป็นจำนวนมาก แล้วก็ต้องช็อกเมื่อพบว่าชายหนุ่มวัยรุ่นผู้เป็นชู้รักคนนั้นคือลูกชายของ ตัวนักสืบเอง

             เอม เบอร์ถูกตั้งข้อหาหนัก 7 กระทงเกี่ยวกับความผิดฐานพรากผู้เยาว์ โดยเธอให้การยอมรับทุกข้อกล่าวหาในชั้นศาล เอมเบอร์บอกว่า เธอและเด็กหนุ่มได้คบหากันเป็นเวลากว่า 5 เดือนและระหว่างนั้นก็ได้มีสัมพันธ์ลับ ๆ กันด้วย โดยเธอมักจะขับรถพาเด็กชายไปทำกิจกรรมทางเพศตอนดึก ๆ ในหลายสถานที่ ไม่เว้นแม้แต่ที่จอดรถของโบสถ์ นอกจากนี้เธอยังใช้เงินส่วนตัวซื้อข้าวของและเสื้อผ้าให้ชายหนุ่ม อีกทั้งยังเคยออกเงินค่าบัตรผ่านประตูของดิสนีย์แลนด์ให้เขาอีกด้วย


             นอกจากถูกจำคุกเป็นเวลา 30 วันแล้ว เอมเบอร์ยังต้องบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมเป็นเวลา 150 ชั่วโมง และถูกทางการลงชื่อในบัญชีผู้ต้องหาที่กระทำความผิดทางเพศ

             ทั้งนี้ โรงเรียนสอนเต้นของเอมเบอร์ถูกสั่งปิดถาวร และมีการส่งต่อธุรกิจให้กับผู้บริหารรายใหม่ที่ดำเนินกิจการต่อไปภายใต้ชื่อ โรงเรียนอื่น

http://hilight.kapook.com/view/126230

Wednesday, September 9, 2015

สาวถูกแทงกลางห้างดังย่านพระประแดง ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว




           ชาวเน็ตแชร์คลิปสุดระทึกขณะพลเมืองดี-เจ้าหน้าที่ เข้าช่วยจับกุมตัวหนุ่มโหดขณะใช้มีดทำร้ายแฟนสาวได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส กลางห้างดังย่านพระประแดง ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว

           วันที่ 9 กันยายน 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้สังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอสุดระทึก ที่โพสต์โดย เฟซบุ๊ก Surapornpun Jantanasot ความยาวคลิปประมาณ 1.30 นาที เผยให้เหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ห้างและพลเมืองดีที่อยู่ในเหตุการณ์กำลังเข้า ระงับเหตุการณ์และควบคุมตัวชายหนุ่มคนร้าย ขณะใช้มีดจ้วงแทงแฟนสาวแบบไม่ยั้ง จนนอนจมกองเลือดภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ย่านพระประแดง

 
          ทั้งนี้ เมื่อภาพเหตุการณ์ดังกล่าวได้ถูกแชร์ออกไปยังสื่อสังคมออนไลน์ เหล่าบรรดาชาวเน็ตต่างก็ให้ความสนใจกับเรื่องราวดังกล่าวจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ประณามการกระทำที่โหดร้ายของผู้ก่อเหตุพร้อมยังสาปแช่ง และขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด

 
           เบื้องต้นได้รับการรายงานว่าหญิงสาวที่ถูกแทงนั้น ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากที่คนร้ายเดินทางมาเพื่อง้อขอคืนดีแต่ไม่เป็นผล จึงใช้มีดแทงแฟนสาวดังกล่าว

 
           อย่างไรก็ตาม เวลาประมาณ 22.00 น. เฟซบุ๊ก RKU News ได้รายงานว่า เมื่อเวลา 20.20 น. ที่ผ่านมา หญิงสาวผู้เคราะห์ร้าย ได้เสียชีวิตลงแล้ว โดยโดนอาวุธมีดแทง แขน 7 แผล หน้าอก 1 แผล ท้อง 1 แผล ปอด 1 แผล รวม 10 แผล

           ทั้งตามรายงานข่าว ระบุว่า ผู้เสียชีวิตชื่อ น.ส.จินต์กัญญา ใจพุก อายุ 28 ปี ส่วนคนร้ายคือนายอ้อนจันทร์ ใจพุก อายุ 38 ปี สามีของผู้เสียชีวิต โดยก่อนเกิดเหตุนายอ้อนจันทร์ ได้เดินเข้าไปคุยกับ น.ส.จินต์กัญญา ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ซึ่ง น.ส.จินต์กัญญา ได้เดินหนี แต่นายอ้อนจันทร์ได้เดินตามจนเหตุการณ์เริ่มรุนแรงมีการพูดจาเสียงดัง และฉุดกระชากกันไปมาก่อนที่ นายอ้อนจันทร์ จะใช้อาวุธมีดจ้วสงแทง น.ส.จินต์กัญญา จนเสียชีวิตตามที่กล่าวข้างต้น

 
          อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง ได้ควบคุมตัว และสอบสวน นายอ้อนจันทร์ ให้การว่า ตนและ น.ส.จินต์กัญญา อยู่กินกันมานานหลายปี จนมีลูกด้วยกัน 3 คน แต่ น.ส.จินต์กัญญา มักจะมีผู้ชายมาติดพันจนระยะหลังมีปากเสียงกันบ่อย และ  น.ส.จินต์กัญญา เริ่มตีตัวออกห่าง จนวันเกิดเหตุตนตั้งใจจะไปขอคืนดี แต่ น.ส.จินต์กัญญา ไม่สนใจจึงโมโห คว้ามีดจ้วงแทงดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีข้อหาพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน

ภาพจาก เฟซบุ๊ก RKU News
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก เดลินิวส์