Sunday, February 7, 2016

ฮือฮา พบสัตว์ปริศนาคาดอาจเป็นเยติ หลักฐานมาทั้งภาพทั้งคลิป




               โลกออนไลน์สเปนฮือฮา ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอสิ่งมีชีวิตปริศนาคาดเป็น เยติ สัตว์ในตำนาน พบเดินดุ่มอยู่บนเชิงเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะภายในพื้นที่สกีรีสอร์ท ชาวเน็ตวิจารณ์อาจเป็นหมีหรือคนใส่ชุดคล้ายหมีมากกว่า

                รายงานจากเว็บไซต์มิเรอร์ของอังกฤษ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 รายงานว่า คลิปวิดีโอและภาพถ่ายดังกล่าวถูกโพสต์ลงบนโลกออนไลน์โดยชายรายหนึ่งที่ใช้ ชื่อว่า Kangaroo เขาได้อธิบายว่า "เช้านี้ผมเล่นสกีในรีสอร์ทฟอร์มิแกล (Formigal) กับเพื่อน ๆ เราได้พบกับอะไรบางอย่าง มันคืออะไรเนี่ย หมีหรือเยติ"


              หลังจากนั้นคลิปวิดีโอและภาพถ่ายนี้ก็ถูกเผยแพร่ต่อทันที โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่าเป็นเยติบ้าง เป็นหมีบ้าง เป็นคนใส่ชุดคล้ายหมีขาวบ้าง และบางรายก็คิดว่าน่าจะเป็นการตัดต่อผ่านโปรแกรมโฟโต้ชอป

                อย่างไรก็ดีทางรีสอร์ทก็ไม่ได้นิ่งเฉย เผยว่า ทางรีสอร์ทได้มีการพูดคุยกับผู้ที่พบเห็นมัน เพื่อขอให้ระบุพิกัดที่พบ จากนั้นก็มีการนำเจ้าหน้าที่ออกตามหาสิ่งมีชีวิตปริศนานี้แล้ว แต่ก็ยังไม่พบอะไรเลย ดังนั้นจึงยังไม่มีการประกาศเตือนใด ๆ ยืนยันว่านักท่องเที่ยวที่มาเยือนรีสอร์ทจะสามารถเล่นสกีได้อย่างปลอดภัย


               เยติ หรือ มนุษย์หิมะ เป็น สัตว์ในตำนานที่มีลักษณะคล้ายกับมนุษย์ผสมกับลิงไม่มีหาง มีขนยาวปกคลุมทั้งตัว และตัวใหญ่กว่ามนุษย์ ที่ผ่านมาแม้จะมีรายงานว่าพบสิ่งมีชีวิตปริศนาคล้ายเยติมากมาย แต่ที่สุดแล้วก็ไม่มีใครเคยพบซาก หรือเผชิญหน้ากับเยติแบบชัดเจนเต็มสองตาเลยสักคน ส่วนใหญ่จะเห็นไม่ชัดจากที่ไกล ๆ แล้วคาดกันว่าเป็นเยติเท่านั้น เยติจึงยังคงเป็นเพียงสัตว์ในตำนานที่ไม่มีใครรู้ว่ามันมีจริงหรือไม่

                ทั้งนี้ สำหรับข่าวการพบเยติครั้งล่าสุดนี้ ถูกเผยแพร่ออกมาเพียงไม่กี่วันหลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่งจะมีรายงานการพบรอยเท้าปริศนา คาดว่าเป็นเยติ บริเวณภูเขากังคาพูนซัม ประเทศภูฏานซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลในเขตเทือกเขาหิมาลัย (อ่านข่าว พบรอยเท้าปริศนาบนเทือกเขาหิมาลัย คาดเป็นเยติในตำนาน)


ภาพจาก Forocoches
หมายเหตุ   ไม่สามารเปิดคลิปได้ ลองคลิ๊กเข้าไปในลิ้งก์ดู http://hilight.kapook.com/view/132572

Thursday, February 4, 2016

สงครามขว้างหนู เทศกาลพิสดารจากสเปน จับหนูมาปาใส่กัน !




          เปิดเรื่องราวของเทศกาล "สงครามขว้างหนู" ของชาวเมืองวาเลนเซีย ประเทศสเปน จับหนูมาโยนขว้างใส่ฝั่งตรงข้ามไปมาสนุกสนาน ด้านองค์กรพิทักษ์สัตว์วิจารณ์หนัก-ขอให้ยุติ

          เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เปิดเผยเทศกาลสุดพิสดารชวนสะอิดสะเอียดจากประเทศสเปน ที่มีชื่อเรียกว่า Battle Of The Rats หรือ สงครามขว้างหนู ซึ่ง จัดขึ้นที่บริเวณเอล ปูอิก ในเมืองวาเลนเซีย โดยผู้เข้าร่วมเทศกาลจะแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย จากนั้นก็จะมีตัวแทนจับหนูมาโยนขว้างปาใส่กันไปมา ส่วนคนที่เหลือก็จะพากันส่งเสียงเชียร์ และหัวเราะอย่างสนุกสนานตื่นเต้น ภายในงานไม่เพียงแต่จะมีกลุ่มวัยรุ่นหญิง-ชายมารวมตัวกันมากมาย ยังมีทั้งเด็กเล็ก ๆ และผู้สูงอายุมาเข้าร่วมสนุกกับเทศกาลจนเต็มทั้งถนนและบนระเบียง


           จากรายงานระบุว่า เทศกาลดังกล่าว จัดขึ้นอย่างผิดกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2539 แต่ก็ยังจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ แม้แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและสภาเทศบาลเอง ก็ไม่ได้พยายามห้ามปรามหรือเอาผิดผู้เข้าร่วมงานแต่อย่างใด สำหรับทางเว็บไซต์ของสภาเทศบาลเอง ก็ได้มีการประชาสัมพันธ์เทศกาลดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยบอกเพียงแค่ว่าจะมีกิจกรรมการเต้นรำ ร้องเพลง การแข่งขัน การแสดง และร่วมรับประทานอาหาร แต่ไม่ได้กล่าวถึงการโยนหนูดังกล่าว


            ด้านองค์กรพิทักษ์สัตว์ในประเทศสเปนได้จัดตั้งกลุ่มรณรงค์ที่ชื่อว่า Partido Animalista Contra el Maltrato Animal en El Puig (PACMA) ซึ่งได้เผยว่า แม้หนูที่ถูกนำมาใช้ในเทศกาลจะเป็นหนูที่ตายแล้ว แต่พวกมันก็ถูกจับมาฆ่าแล้วแช่แข็งในวันก่อนจัดงาน ก่อนจะถูกนำมาใช้โยนต่อสู้กันดังกล่าว ทางองค์กรจึงได้ออกมาประณามเทศกาลสงครามขว้างหนูนี้ว่า เป็นการกระทำที่น่ารังเกียจและไร้ศีลธรรม


            นอกจากนี้ยังเป็นสร้างเชื้อโรคและความสกปรกให้กับเมืองอีกด้วย เนื่องจากหลังเทศกาลผ่านไปหลายวัน จะมีการพบซากหนูเน่าตายตามสถานที่ต่าง ๆ ไปทั่วเมือง ไม่ว่าจะเป็นคูน้ำ ทางเดิน หรือบนระเบียง ทางองค์กรจึงอยากเรียกร้องขอให้เทศกาลเช่นนี้หมดสิ้นไปเสียที



ภาพจาก PACMA - Partido Animalista
http://hilight.kapook.com/view/132405

Tuesday, February 2, 2016

แทบหยุดหายใจ คลิปเครื่องบินแลนดิ้งเสียวที่สุดในโลก เฉียดหัวคนไปนิดเดียว




          อะไรจะน่าตื่นเต้นขนาดนี้ เครื่องบินโดยสารร่อนลงจอดชนิดแทบเฉี่ยวหัวนักท่องเที่ยว ที่หาดมาโฮ หมู่เกาะแคริบเบียน ถึงจะหวาดเสียว แต่ก็มุงดูกันตรึม !

          วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยคลิปการร่อนลงจอดของเครื่องบินที่ระทึกที่สุดอีกคลิปหนึ่ง จาก Dez Rosswess สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบ กับการร่อนลงจอดของเครื่องบิน พาวา โดมินิกานา ที่สามบินนานาชาติพรินเซสมาเรียนา ติดหาดมาโฮ บนเกาะเซนต์มาติน ในทะเลแคริบเบียน

          เครื่องบินเตรียมลงจอดด้วยการลดระดับการบินลงต่ำชนิดเสียวไส้สุด ๆ เพราะมันดูราวอยู่เหนือศีรษะของเหล่านักท่องเที่ยวที่มามุงดูเพียงไม่เท่าไร เท่านั้น แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้บรรดานักท่องเที่ยวหลบไปไหน กลับยืนถือกล้องแหงนหน้าตั้งบนบ่า เก็บภาพเครื่องบินระยะประชิดสุด ๆ อย่างไม่เกรงอันตราย


              ทั้งนี้ สนามบินนานาชาติปรินเซสมาเรียนา เป็นสนามบินที่คึกคักที่สุดเป็นอันดับที่สองของหมู่เกาะแคริบเบียนทางตะวัน ออก และขึ้นชื่อว่าเป็นสนามบินที่อันตรายที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย เพราะนอกจากระยะรันเวย์ของสนามบินสั้นกว่าครึ่งหนึ่งของสนามบินนานาชาติทั่ว ๆ ไปแล้ว ยังตั้งอยู่ติดริมชายหาดอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวพลุกพล่านอีกต่างหาก แม้ทางสนามบินจะมีการขึ้นป้ายเตือนให้ระวังอันตราย เนื่องจากแรงลมที่เกิดจากขึ้นและลงของเครื่องอาจหอบให้คนกระเด็นลอยจากพื้น ได้ แต่กลับเป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวผู้รักความท้าทาย มาลิ้มลองประสบการณ์ดูเครื่องบินขึ้น-ลงระยะประชิดด้วยตัวเองไปเสียอย่างนั้น










  
http://hilight.kapook.com/view/132345


Monday, February 1, 2016

จีนสร้างทางเชื่อมตึกแบบไร้ราวกั้นที่ชั้น 10 หวาดเสียวท้าตายสุด ๆ




          อพาร์ทเม้นท์ในประเทศจีนมาแบบหวาดเสียว สร้างสะพานลอยฟ้าเชื่อมตัวอาคาร 2 ฝั่ง ที่ความสูง 10 ชั้น แบบไม่มีราวกั้น กะจะให้เดินกันแบบท้าตายแบบนี้เลย !?

          เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2559 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ เผยรายงานว่า อพาร์ทเม้นท์สร้างใหม่แห่งหนึ่งในมณฑลซานตง ประเทศจีน บรรเจิดไอเดียสุดหวาดเสียว สร้างสะพานเชื่อมอาคารที่ความสูงถึง 10 ชั้น และไม่มีราวสะพานกั้น ยื่นออกมาด้านนอกตัวอาคารให้เห็นกันจะ ๆ แค่เห็นก็หวาดเสียวสุด ๆ แล้ว
จากรายงานระบุว่า ตัวอาคารแต่ละ หลังจะถูกแบ่งครึ่งด้วยสะพานเชื่อมที่เห็นนี้ โดยสะพานนี้จะเป็นทางเดินเชื่อมระหว่างฝั่งหนึ่งของหอพักไปยังอีกฝั่งตรง ข้าม เท่านั้นยังไม่พอ สะพานนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างเป็นทรงตรง ๆ แบบทั่วไป แต่ยังดีไซน์พิเศษตรงส่วนของทางออกของแต่ละด้าน ให้ยกสูงขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งด้วย


             อย่างไรก็ดี แม้ว่าอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้กำลังอยู่ระหว่างการสร้าง ยังไม่มีพักผู้เข้าอาศัย แต่ชาวเมืองที่พบเห็นต่างก็สงสัยไม่น้อย ว่าเหตุใดถึงต้องสร้างสะพานเชื่อมแปลก ๆ  เช่นนี้ ในขณะที่บางรายก็ได้แสดงความเห็นว่า อาจจะสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในยามเกิดเหตุฉุกเฉินอย่างกรณีไฟไหม้ เพื่อให้ผู้พักอาศัยอพยพหนีจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งได้อย่างรวดเร็ว


               แต่ทั้งนี้ หากจะสร้างมาเพื่อจุดประสงค์ด้านความปลอดภัยจริง ๆ อย่างน้อยก็น่าจะมีราวกั้นสักหน่อย เพราะมิฉะนั้นหากเกิดเหตุฉุกเฉินจริง ๆ  นอกจากสะพานนี้จะไม่ช่วยให้ปลอดภัยขึ้นแล้ว ยังเพิ่มความอันตรายให้มากขึ้นหลายเท่าเลยทีเดียว





ภาพจาก NetEase
http://hilight.kapook.com/view/132314