Wednesday, December 7, 2016

ตกใจหนักมาก ปู่ลองสวมแว่น VR เล่นเกมครั้งแรก กับรีแอคชั่นชวนยิ้ม (มีคลิป)




       คลิปรีแอคชั่นสุดฮาปนน่ารัก ปู่ลองเล่นเกมส์ผ่านแว่น VR เป็นครั้งแรก แต่ซอมบี้ในเกมมันสมจริงเกินไป เล่นเอาปู่โวยตกใจหนัก โวยลั่น

        การเล่นเกมผ่านแว่น 3 มิติเสมือนจริงหรือแว่นวีอาร์ (Visual Reallity) กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับคอเกมส์ในยุคนี้ เพราะมันได้ประสบการณ์ใหม่ที่ทั้งสมจริงสมจังและน่าตื่นเต้นแบบสุด ๆ แต่ด้วยความสมจริงของมันนี้ คนที่ใช้แว่นวีอาร์เล่นเกมเป็นครั้งแรกก็อาจจะไม่ชินดังเช่นคุณปู่ชาวอังกฤษรายนี้ โดยจากการรายงานของเว็บไซต์เดลี่เมล  เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2559 นั้นเผยว่า เอฟเฟกต์เสมือนจริงของเกมบนแว่นวีอาร์เล่นเอาคุณปู่ตกอกตกใจอย่างหนักเลยทีเดียว


           คุณปู่ชาวเขตเพคแฮม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษคนนี้ ได้ทดลองเล่นเกมส์ผ่านแว่นวีอาร์เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยเกมแรกที่เล่นก็ไม่ใช่เกมน่ารักเบาสมอง แต่เป็นเกมล่าซอมบี้ที่ดุเดือดเลือดสาด สุดสยองขวัญ อย่างเกม เรซิเดนท์ อีวิล ภาค 7

 
         เมื่อเข้าสู่โลกซอมบี้เสมือนจริงแล้ว ภารกิจของคุณปู่คือต้องตะลุยฝ่าดงซอมบี้ไปช่วยภรรยาที่ติดอยู่ในอาคารให้ได้ แต่ดูท่าว่าซอมบี้ที่เจอมันคงน่าตกอกตกใจอย่างมาก เพราะคุณปู่โวยลั่น เอียงตัวเกร็งไปซ้ายทีขวาทีบนเก้าอี้ และตะโกนด่าอยู่เป็นระยะ ๆ โดยจะสามาถได้ยินคุณปู่ลั่นว่า "ออกไปโว้ย" ไปจนถึง "ให้ตายเถอะ" กันเลยทีเดียว

        เมื่อเกมจบลง ภารกิจเสร็จสิ้น คุณปู่ถอดแว่นออกกลับสู่โลกความจริงด้วยสีหน้าสุดทึ่งและบ่นครวญครางว่า "วันนี้มันวันอะไรของฉันนี่"

        ชายหนุ่มที่ถ่ายคลิปรีแอคชั่นในครั้งนี้ หัวเราะคิกคักตลอดเวลาที่เห็นคุณปู่โวยวาย เขากล่าวว่า คนไม่เคยเล่นกล้องวีอาร์ก็งี้แหละ คิดไม่ถึงว่าจะต้องเจอกับอะไร เขายังบอกอีกว่า คุณปูู่บอกกับเขาว่า ตกใจมากไม่คิดว่าเกมจะสมจริงขนาดนี้ และคิดว่าคงจะหลอนกับซอมบี้ไปตลอดชีวิตแน่ ๆ

        อย่างไรก็ตาม หลายคนที่เคยใช้แว่นวีอาร์เป็นครั้งแรกนั้นล้วนแล้วแต่ตกอกตกใจกับภาพที่เห็นกันทั้งนั้นและสามารถทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้ ก่อนหน้านี้มีการรายงานว่า เกมเมอร์หนุ่มชาวอเมริกันคนหนึ่งถูกพบในสภาพหัวทิ่มหัวตำอยู่ในร้านขายอุปกรณ์ไอที เพราะเจ้าตัวพยายามปีนต้นไม้ตามเกมที่เห็นในแว่นวีอาร์ และหญิงชาวรัสเซียรายหนึ่งก็เคยถูกรถชนเพราะเดินใส่แว่นวีอาร์อยู่ในลานจอดรถ พอรู้เรื่องราวของคนอื่นแบบนี้แล้ว การเล่นแว่นวีอาร์ครั้งแรกของคุณปู่นี่ถือว่าขำ ๆ ไปเลย เรียกได้ว่าทั้งน่ารักทั้งฮาเลยทีเดียว


ภาพจาก RG TV
http://hilight.kapook.com/view/146194

คลิปชวนอมยิ้ม หนุ่มสุดทนเจ้าเหมียวชอบมาปลุกทุกเช้า ถึงเวลาทาสแมวขอเอาคืน




ทาสแมวขอเอาคืน !! หนุ่มสุดทนเจอเจ้าเหมียวมาร้องปลุกในทุกเช้า ขอเอาคืนบ้างด้วยวิธีชวนอมยิ้ม กับหน้าเอือม ๆ ของเจ้าเหมียวที่แอบฮา จนกวาดยอดวิวเกือบ 2 ล้าน

            ไม่ว่าใครก็รู้ว่าเจ้าเหมียวทั้งหลายนั้นรักการนอนขนาดไหน แต่ดูเหมือนพวกมันจะไม่ได้รู้เลยว่ามนุษย์เองก็รักการนอน และไม่อยากให้ใครมารบกวนเวลาฝันหวานของเราเหมือนกัน ถึงได้ชอบมาร้องเหมียว ๆ ปลุกเราซะทุกเช้าแบบนี้ แต่เอ...หรือพวกมันจะรู้ แต่ไม่แคร์กันแน่นะ 

  
            เช่นเดียวกับ อิตาลิกส์ เจ้าเหมียวขนฟูของนักเขียนหนุ่ม นิโคลัส เทโคสกี จากเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐฯ ที่มักจะชอบปลุกเจ้าของมันในเวลา 04.00 น. ทุกวัน จนเรียกว่าเป็นกิจวัตรประจำวันที่มันไม่เคยเบื่อ อย่างไรก็ตามเมื่ออดทนมาพักใหญ่แล้ว ในที่สุดหนุ่มคนนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องขอเอาคืนสักที ดังที่เว็บไซต์ boredpanda.com ได้หยิบคลิปโมเมนต์การแก้แค้นชวนอมยิ้มที่มีคนชมกว่า 1.9 ล้านวิวแล้ว มานำเสนอเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2559 


           โดย นิโคลัส เผยว่า ในเมื่อเจ้าอิตาลิกส์ชอบมาปลุกเขาตอน 04.00 น. เขาก็จะขอปลุกมันมั่งตอน 16.00 น. ด้วยเสียงเหมียว !!! แบบเดียวกัน ซึ่งบอกเลยว่าผลที่ได้นั้น ดูเหมือนฝ่ายคนปลุกนั้นจะสะใจเอามาก ๆ ส่วนเจ้าเหมียวน่ะรึ ดูจากหน้าแล้วมันคงคิดอยู่ในใจแน่ ๆ ว่า...เล่นอะไรเนี่ยเจ้าทาส -*-  

 
            ว่าแต่จะเป็นยังไงนั้น มาดูกันเลย

http://pet.kapook.com/view162111.html 

Tuesday, December 6, 2016

สุดเศร้า...เจ้าสาว ฮ.ตก ก่อนถึงงานแต่ง ด้านเจ้าบ่าวสุดช็อก-รู้ข่าวร้ายจากบาทหลวง




       สุดเศร้า เจ้าสาววางแผนเซอร์ไพรส์เจ้าบ่าวด้วยการนั่งเฮลิคอปเตอร์มางานแต่ง ก่อนเกิดอุบัติเหตุ เฮลิคอปเตอร์ตก เพียง 1.6 กิโลเมตร ก่อนถึงที่จัดงาน

       ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็คงจะมีภาพความฝันที่อยากทำให้เป็นจริงสักครั้งในงานแต่งงาน เช่นเดียวกับ โรเซเมเร ดู นาชีเมนโต ซิลวา ว่าที่เจ้าสาววัย 32 ปี ที่ฝันมาโดยตลอดว่าอยากจะนั่งเฮลิคอปเตอร์มาปรากฏตัวในงานแต่งงานของเธอ ด้วยเหตุนี้เธอจึงแอบวางแผนกับผู้จัดงาน หวังนั่งเฮลิคอปเตอร์มาเซอร์ไพรส์ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ และผู้มาร่วมงานอีก 300 คน

  
      อย่างไรก็ตาม สิ่งที่วางแผนไว้กลับไม่กลายเป็นอย่างที่คิด และงานแต่งงานแสนสุขก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นโศกนาฏกรรม เมื่อเฮลิคอปเตอร์ของเจ้าสาวได้ประสบอุบัติเหตุก่อนมาถึงงาน ดังที่เว็บไซต์มิเรอร์ ได้มีรายงานเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2559 เผยว่า เฮลิคอปเตอร์โรบินสัน 44 ที่พาเจ้าสาวมางานแต่งงานนั้น ได้ตกลงในพื้นที่ป่าห่างจากสถานที่จัดงานในเขตชานเมืองของเซาเปาโล ประเทศบราซิล เพียง 1.6 กิโลเมตร

      ภายในเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าว ยังประกอบไปด้วย น้องชายเจ้าสาว คนขับเครื่องบิน และช่างภาพสาวที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 6 สัปดาห์ ซึ่งทั้งหมดต่างเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

       ในขณะที่ อูเดียร์เลย์ ดามาเชโน เจ้าบ่าวของเธอรออยู่ที่แท่นพิธีอย่างใจจดจ่อ โดยไม่ได้ทราบถึงแผนเซอร์ไพรส์ของเจ้าสาว รวมถึงไม่ทราบแม้แต่น้อยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ กระทั่งบาทหลวงผู้ทำพิธีเป็นผู้บอกข่าวร้ายนี้แก่เขา ทำให้เขาถึงกับช็อกไป เช่นเดียวกับแขกคนอื่น ๆ ที่ทราบข่าว

       ด้านผู้จัดงานแผยว่า ความฝันของเจ้าสาวคือการนั่งเฮลิคอปเตอร์มายังสถานที่จัดงานโดยไม่มีใครรู้ ขณะที่ตัวเขาเองเพิ่งจะทราบข่าวเมื่อสังเกตเห็นว่าเฮลิคอปเตอร์ยังมาไม่ถึงสนามฟุตบอลใกล้ ๆ ที่จัดงานตามแผนที่วางไว้ เมื่อโทรศัพท์ไปตรวจสอบจึงทราบว่ามีเฮลิคอปเตอร์ตกใกล้ ๆ ที่จัดงาน อย่างไรก็ตามตอนแรกเขาก็ไม่คาดคิดว่าผู้ประสบเหตุคือตัวเจ้าสาว

       ทางด้านตำรวจและกลุ่มตรวจสอบเหตุเครื่องบินตกก็อยู่ระหว่างพยายามสืบหาสาเหตุ โดยกำลังมองไปที่ประเด็นว่า เครื่องอาจชนเข้ากับต้นไม้ เพราะสภาพฝนตก หมอกลง และมีเมฆ อาจทำให้ทัศนวิสัยย่ำแย่

ภาพจาก  Corpo de Bombeiro/Divulgação, เฟซบุ๊ก Udirley Damasceno
http://hilight.kapook.com/view/146130

Saturday, December 3, 2016

คุณแม่ใจนักสู้ ไม่ท้อแม้ต้องต่อสู้กับมะเร็งร้าย ทุกอย่างนี้เพื่อรักษาชีวิตลูกในท้อง




คุณแม่หัวใจยอดนักสู้ ป่วยเป็นโรคมะเร็งขณะตั้งครรภ์ แต่ไม่ยอมท้อถอย ทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาตัวเองให้รอด เธอเผยสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ชีวิตตัวเอง แต่เป็นลูกในท้องของเธอ

                แคลร์ พิคเคอริล คุณแม่สาวชาวอังกฤษพบว่า ตัวเองกำลังจะมีน้องให้กับลูกชายตัวน้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน ความปิติยินดีก็แทบจะสูญสลายไป เมื่อแคลร์ตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งเต้านม โดยจากการรายงานของเว็บไซต์มิเรอร์ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2559 เผยว่า เพื่อให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไป เธอต้องเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัด ที่นำมาซึ่งความกังกวลอย่างมากว่า ลูกในท้องของเธอจะรอดชีวิตหรือไม่

  
               ก่อนหน้าที่เธอจะตั้งครรภ์ลูกคนที่สองนี้ แคลร์เคยมีประวัติพบก้อนซีสต์ในเต้านมมาก่อนและรักษาหายไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยความที่เธอกังวลว่าซีสต์อาจจะกลับมาอีกครั้งจึงไปตรวจร่างกายเพื่อให้แน่ใจ แพทย์ตรวจพบก้อนแข็งในเต้านมของเธอจริงดังคาด แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่ก้อนซีสต์ที่ไร้พิษภัย แต่มันคือเนื้อร้าย ซึ่งหมายความว่าเธอเป็นมะเร็งเต้านม

                แคลร์จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัด หรือคีโม ทันทีที่ผ่านพ้นการตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์แรก เธอเป็นกังวลอย่างมากว่าลูกในท้องขอองเธอจะได้รับผลกระทบจากรักษาหรือไม่ เพราะถึงแม้แพทย์ผู้ดูแลแคลร์จะบอกว่าการทำคีโมจะไม่ส่งผลอันตรายต่อลูกในท้อง แต่มันก็ไม่สามารถการันตีความปลอดภัยได้ 100 เปอร์เซ็นต์ 

 
                เมื่อถึงเวลาแคลร์ก็เริ่มเข้ารับคีโม ในขณะที่การรักษามะเร็งดำเนินไป แคลร์ตรวจอัลตราซาวน์เพื่อดูลูกในท้องอยู่เสมอว่าร่างกายของลูกปกติดีหรือไม่ การต่อสู้โรคร้ายในครั้งนี้หนักหนามาก สตีเฟนผู้สามีของเธอคอยดูแลเคียงข้างแคลร์อย่างใกล้ชิดเสมอ เมื่อแคลร์ร่างกายทรุดลงจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เขาทำทุกอย่างให้ ทั้งอาบน้ำแต่งตัวและเลี้ยงดูลูกเรจจี้ ลูกชายคนโตซึ่งมีอายุแค่ 18 เดือนเท่านั้น

                "เมื่อฉันก้มมองตัวเอง ฉันเห็นสิ่งที่โตขึ้นทุกวัน ทั้งลูกในท้องและมะเร็งร้าย ฉันมีคำถามมากมายในหัว ทำคีโมแบบนี้ ลูกฉันจะเป็นอะไรไหม เขาหรือเธอจะเกิดมาสมบูรณ์แข็งแรงไหม และครอบครัวฉันจะเป็นยังไงถ้าการรักษาในครั้งนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ" แคลร์ กล่าว

               ข่าวร้ายมาถึงครอบครัวของแคลร์ เมื่อการรักษาด้วยคีโมรอบที่ 3 ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื้อร้ายในเต้านมด้านซ้ายของแคลร์ไม่ลดลง แพทย์จึงต้องทำการผ่าตัดเต้านมทั้งเต้าทิ้งเพื่อเป็นการช่วยชีวิตเธอและลูกในท้อง การผ่าตัดสำเร็จด้วยดี และจอร์จ ลูกชายตัวน้อยในท้องของเธอก็ได้ออกมาลืมตาดูโลกด้วยวิธีผ่าคลอด เขาร่างกายแข็งแรงและสมบูรณ์ครบถ้วนทุกประการ

                แคลร์ยังคงต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เธอต้องรับคีโมอีกครั้ง และฉายแสงอีกราว 20 ครั้งกว่าที่โรคมะเร็งจะหายไป ถึงแม้ว่าการทุกอย่างมักหนาสาหัสและทำให้เธอทรุดลงมาก แต่แคลร์ก็ยังคงมีกำลังใจที่เต็มเปี่ยม และเธอยังได้กล่าวอีกว่า เธอโชคดีที่ตรวจพบมะเร็งตั้งแต่เนิ่น ๆ และแนะนำให้ผู้หญิงทุกคนตรวจสุขภาพตัวเองอยู่เสมอ เพราะถ้าพบสิ่งผิดปกติจะได้รักษาได้ทันท่วงที

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Claire Pickerill, Stephen Pickerill
http://hilight.kapook.com/view/146046