Saturday, April 8, 2017

คุณพ่อโพสต์ภาพลูกน้อยสุดหวาดเสียวจนถูกด่าหนัก แต่พอรู้เหตุผลแล้วน้ำตาซึม..




     คุณพ่อโพสต์ภาพชุดของรูปน้อยวัยขวบเศษแบบสุดหวาดเสียว จนโดนต่อว่าหนักทั่วโลกออนไลน์ แต่หลังเจ้าตัวได้มีโอกาสเผยเบื้องหลังและที่มา ทำเอาน้ำตาซึมไปตามกัน

 
      เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 เว็บไซต์มิเรอร์ เผยเรื่องราวของ สตีเฟ่น โครวลีย์ คุณพ่อของหนูน้อยฮันน่า วัย 1 ขวบ 6 เดือน จากเมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ โดยเขาโพสต์ชุดภาพของลูกสาวตัวน้อยในแบบสุดหวาดเสียวแชร์ลงโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นภาพให้จับพวงมาลัยขับรถ ถือมีดปลายแหลมในครัว เกาะราวระเบียง ปีนบันได นั่งบนราวสะพานริมแม่น้ำ และภาพอื่น ๆ ที่สุดหวาดเสียว

  
           ภายหลังจากรูปภาพถูกนำไปแชร์ก็จนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างหนักหน่วง หลายคนต่อว่าที่เขาเอาลูกมาเสี่ยงอันตรายเช่นนี้ แต่นั่นก็เป็นเพราะไม่ทราบว่า แท้จริงแล้ว สตีเฟ่นซึ่งมีอาชีพเป็นนักออกแบบ และเขาแค่ใช้โปรแกรมตัดต่อภาพเพื่อสร้างรอยยิ้มให้แก่ผู้ที่ชม แต่ทั้งนี้ก็มีบางส่วนที่ทราบและชื่นชมผีมือของเขา

  
            อย่างไรก็ดี สตีเฟ่น ไม่ได้เพียงแต่นำภาพลูกสาวของตัวเองมาตัดต่อเล่น ๆ ขำ ๆ แต่มีความจริงที่ชวนสะเทือนใจซ่อนอยู่ นั่นก็คือ หนูน้อยฮันน่า ป่วยด้วยโรคผิดปกติเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันชนิดหายาก ที่เรียกว่า ฮีโมฟาโกไซติก ลิมโฟฮีสติโอไซโตซิส (hemophagocytic lymphohistiocytosis) ตั้งแต่ที่หนูน้อยอายุได้เพียง 4 เดือน ทำให้ต้องรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเป็นเวลานานถึง 6 เดือน ด้วยการทำเคมีบำบัดแต่ก็ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งเหลือแค่วิธีสุดท้ายวิธีเดียวที่จะรักษาได้คือ ต้องทำการปลูกถ่ายไขกระดูก แต่ก็ต้องรอผู้มาบริจาคไขกระดูกที่เข้ากันได้


      สตีเฟ่น เผยว่า เขาและลูกสาวไม่มีโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตด้วยกันแบบพ่อ-ลูกปกติในช่วง 1 ปีแรก แต่หลังจากการทำเคมีบำบัด ลูกสาวของเขามีอาการดีขึ้นและพอสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ เขาก็อยากจะใช้ชีวิตกับลูกให้มีความสุข และสร้างรอยยิ้มให้มากที่สุด

  
            แม้ว่าจะออกจากโรงพยาบาลมาแล้ว แต่หนูน้อยฮันน่าก็ยังคงต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอาการและให้ยาอยู่เรื่อย ๆ  จนในที่สุด สตีเฟ่น ก็ได้ใช้โอกาสที่รูปของเธอกลายเป็นที่สนใจนี้ ขอรับบริจาคไขกระดูกให้ลูกสาว จนในที่สุดก็ได้รับไขกระดูกที่มีความเข้ากันได้กับหนูน้อยฮันน่า เป็นของชาวเยอรมันซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ จนสามารถช่วยชีวิตหนูน้อยไว้ได้



ภาพจาก  Steec / Reddit
https://hilight.kapook.com/view/151634

Friday, March 24, 2017

เปิดคลิปช็อก นาทีสุดท้ายสาวไลฟ์สดขณะขับรถ ก่อนรถบัสพุ่งชนกลางคันดับสยอง




          เปิดคลิปวิดีโอภาพสุดท้ายของหญิงสาวเคราะห์ร้าย ไลฟ์สดร้องเพลงขณะขับรถ ก่อนไม่กี่วินาทีต่อมา ถูกรถบัสพุ่งชนกลางคันดับสยองคาพวงมาลั

           สติ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในการขับรถ เพราะหากเราพลาดไปแม้แต่เพียงเสี้ยววินาที นั่นอาจหมายถึงชีวิตเลยทีเดียว ดังเช่นอุทาหรณ์กรณีนี้ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2560 เว็บไซต์ไลฟ์ลีค ได้เผยคลิปวิดีโอสุดช็อก เผยภาพนาทีสุดท้ายของหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งกำลังอัดคลิปไลฟ์สดร้องเพลงขณะที่กำลังขับรถ แต่ไม่มีใครคาดฝันว่าอีกเพียงไม่กี่วินาทีต่อจากนั้น เธอจะเกิดอุบัติเหตุจนถึงแก่ชีวิต

 
           ในคลิปวิดีโอดังกล่าวความยาวประมาณ 1 นาที เผยให้เห็นหญิงสาวรายหนึ่งกำลังขับรถอยู่ พร้อมกับอัดคลิปวิดีโอไลฟ์สดโชว์ร้องเพลงไปพร้อม ๆ กันอย่างอารมณ์ดี สายตาของเธอมองไปที่ถนนสลับกับหันลงมามองกล้องที่บันทึกภาพไว้ ทว่าหลังจากเวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงนาที ภาพก็สั่นไหวอย่างแรงก่อนจะถูกตัดไปเป็นจอมืด

  
        หลังจากนั้นเป็นภาพเหตุการณ์จากกล้องอีกตัวของผู้พบเห็น เผยให้เห็นรถบัสพุ่งเข้าชนกลางคันรถของหญิงสาวรายดังกล่าวอย่างจัง จนสภาพรถพังยับเยิน ส่วนสาวเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกกระแทกอย่างแรง เลือดไหลท่วมตัวชวนให้น่าสลดใจเป็นอย่างยิ่ง

 
           ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ถนนแห่งหนึ่งในเขตเซเลโนดอลสก์ ของนครคาซาน ประเทศรัสเซีย โดยจากรายงานของเว็บไซต์ไลฟ์ของรัสเซีย (23 มีนาคม 2560) ระบุว่า หญิงเคราะห์ร้ายไม่ระบุชื่อรายดังกล่าว อายุ 22 ปี ก่อนเกิดเหตุเธอกำลังไลฟ์สดผ่านทาง VKontakte โซเชียลเน็ตเวิร์กของรัสเซีย จนทำให้ละสายตาไปจากท้องถนนและเสียการควบคุมพวงมาลัย ซึ่งจากข้อมูลจากหน่วยงานตรวจตราความปลอดภัยด้านจราจรท้องถิ่น เผยว่า เธอได้ขับรถเข้าไปในเลนที่สวนกับรถของเธอ อันเป็นเหตุให้รถบัสที่ขับมาในเลนปกติ พุ่งประสานงาเข้าอย่างจัง และจากเหตุดังกล่าวนั้น ทำให้เธอเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ

ภาพจาก LiveLeak
https://hilight.kapook.com/view/150850

Friday, March 10, 2017

สุดช็อก ชาวบ้านบุกลากหญิงข้ามเพศ รุมด่า-ทำร้ายจนตาย ไม่ไยดีเสียงร้องขอชีวิต




        ป่าเถื่อนเกินรับ หญิงข้ามเพศชาวบราซิลโดนชาวบ้านลากออกจากบ้าน ถูกต่อว่าและทุบตี ก่อนถูกยิงดับ รายงานเผย กระแสโจมตีกลุ่มเพศที่สามกำลังรุนแรงหนัก มีหญิงข้ามเพศถูกฆ่าตายไปแล้วหลายราย

          เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2560 เว็บไซต์มิเรอร์ รายงานข่าวสุดสลดใจจากประเทศบราซิล เมื่อ แดนดารา ดอส ซานโตส หญิงข้ามเพศวัย 42 ปี เสียชีวิตหลังจากถูกชาวบ้านหลายคนลากออกมาจากบ้าน และ รุมทำร้าย อย่างรุนแรง

  
            เหตุการณ์สุดทะเทือนใจดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แดนดาราอาศัยอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในเมืองฟอร์ตาเลซา รัฐเซอารา ทางตะวันออกของประเทศบราซิล ในวันเกิดเหตุ มีผู้ชายหลายคนบุกไปลากตัวเธอออกมาจากบ้าน พวกเขาพากันต่อว่าเธอด้วยถ้อยคำหยาบคายต่าง ๆ นานา และผลัดกันรุมทำร้าย ทั้งกระทืบ ขว้างปาด้วยก้อนหิน ไปจนถึงทุบตีด้วยท่อนไม้


        การรุมทำร้ายแดนดาราดำเนินไปท่ามกลางเสียงเชียร์ของคนรอบข้าง ผู้อยู่ในเหตุการณ์รายหนึ่งได้ถ่ายคลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ เขาทั้งตะโกนเชียร์ หัวเราะ และยุให้กลุ่มผู้ชายพวกนั้นฆ่าแดนดาราให้ตาย นอกจากนี้พวกเขายังตะโกนล้อเลียนแดนดาราในเรื่องต่าง ๆ ทั้งเรื่องที่เธอไปทำหน้าอก และเพศสภาพของเธอ ไม่ไยดีแม้ว่าเธอจะร้องไห้อ้อนวอนขอชีวิต

 

          หลังจากถูกทำร้ายอยู่หน้าบ้าน กลุ่มชาวบ้านก็จับแดนดาราใส่ในรถเข็น เข็นพาเธอออกไปนอกหมู่บ้านก่อนจะรุมทำร้ายเธอจนเจ็บหนัก ก่อนลั่นกระสุนปลิดชีวิตเธอในที่สุด

          การรุมทำร้ายแดนดาราคือภาพสะท้อนที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาความเกลียดกลัวเพศตรงข้ามที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรงในสังคมประเทศบราซิล โดยตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2558 จนถึง เดือนกันยายน ปี 2559 มีกลุ่มคนข้ามเพศถูกสังหารถึง 123 ราย และแค่เฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 เดือนเดียว หญิงข้ามเพศในบราซิลถูกทำร้ายจนเสียชีวิตไปแล้วถึง 5 รายด้วยกัน โดยแดนดาราคือเหยื่อรายที่ 5

  
         ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นแค่เฉพาะในบราซิลเท่านั้น ประเทศอื่น ๆ ในโซนอเมริกากลางและอเมริกาใต้ก็เช่นกัน จากข้อมูลของข่าวชี้ให้เห็นว่ามีหญิงชายข้ามเพศในกลุ่มประเทศเหล่านี้ถูกสังหารไปแล้วอย่างน้อย 1,500 ราย
 
          เจ้าหน้าที่ดามาสเคโน ตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวนผู้รับผิดชอยคดีของแดนดาราระบุว่า มีหญิงข้ามเพศถูกทำร้ายจนตายมาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีคลิปวิดีโอปรากฏออกสู่สาธารณะ ซึ่งคลิปเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยได้มากในการแกะตัวคนร้าย

          "บุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ มีทั้งหมด 6 คนด้วยกัน มี 2 คนที่ได้รับการระบุตัวตันแน่ชัด โดยเจ้าหน้าที่ได้บุกไปตรวจสอบ แต่ทั้ง 2 คนได้หลบหนีไปก่อน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสืบสวนคดีนี้อย่างถึงที่สุด เพื่อตามจับกุมตัวคนร้ายทั้งหมดมาดำเนินคดีต่อไป" เจ้าหน้าที่ดามาสเคโน กล่าว

ภาพจาก As Mod
https://hilight.kapook.com/view/150175

Tuesday, March 7, 2017

สักขวดไหม ชายเก็บอากาศยอดเขาสวิตฯ มาขาย ชวนสูดกันชิล ๆ ในงบแค่ 6 พัน




         ชายหัวการตลาด เก็บอากาศบริสุทธิ์บนยอดเขาแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ มาบรรจุลงขวดขาย ตั้งราคาสุดแพง ขวดละ 5,900 บาท พร้อมอ้างนี่เป็นอากาศที่ดีที่สุดในโลก

          ใครที่เคยไปเที่ยว หรือศึกษาเกี่ยวกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์คงจะพอทราบดีว่า ทุกอย่างที่นั่นมีราคาที่แพงมาก แต่ก็คงยังไม่น่าตกใจเท่าการที่มีพ่อค้าบางราย นำอากาศบริสุทธิ์ ที่นั่นมาขายใส่ขวดตั้งราคา 167 ดอลลาร์สหรัฐ หรือสูงราว 5,900 บาท ทีเดียว

  
         เรื่องดังกล่าวถูกรายงานโดยเว็บไซต์ออดดิตี้เซ็นทรัล เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2560 หลังชายที่ชื่อ จอห์น กรีน ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองบาเซิล นำอากาศบริสุทธิ์บนยอดเขาแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ มาบรรจุลงขวดขายไปทั่วโลก โดยอ้างว่าเก็บมาจากสถานที่ลับแห่งหนึ่งใกล้กับเมืองเซอร์แมท พร้อมระบุพิกัดจีพีเอสเอาไว้ข้างขวดเพื่อเป็นการยืนยันสำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อไป

          โดยสนนราคาของอากาศบนยอดเขาของสวิตเซอร์แลนด์ ขวด 1 ลิตร อยู่ที่ 167 ดอลลาร์ (5,900 บาท) ส่วน 3 ลิตร อยู่ที่ราคา 247 ดอลลาร์ (8,700 บาท) แต่สำหรับคนงบน้อยหน่อยก็มีจำนวน 500 มิลลิลิตร ราคา 97 ดอลลาร์ (3,400 บาท) ซึ่ง กรีน ยืนยันว่านี่คืออากาศที่ดีที่สุดในโลก และแม้จะมีราคาแพง แต่มันก็เป็นเรื่องของธุรกิจ ขณะเดียวกันก็ได้เผยว่า เงินที่ได้จากการขายนี้ 25 เปอร์เซ็นต์ จะถูกนำไปบริจาคให้มูลนิธิสนับสนุนน้ำสะอาดในทวีปแอฟริกาอีกด้วย แต่ต่อให้หักเรื่องการทำบุญไปแล้ว ก็ยังต้องบอกว่ามันเป็นสินค้าที่มีราคาแพงอยู่ดี

  
          ทั้งนี้สำหรับผู้ที่สนใจอยากรู้ว่าอากาศบนยอดเขาเป็นอย่างไรแต่ไม่มีเงินซื้อ ทาง กรีน ก็ยังใจดีแนะนำว่า ให้ลองนำขวดแก้วไปแช่เย็นในช่องฟรีซไว้สักระยะ และเมื่อเปิดฝาออกมาก็จะได้บรรยากาศเหมือนสูดอากาศบนยอดเขาเช่นเดียวกัน

          อย่างไรก็ดี แนวคิดการนำอากาศบริสุทธิ์มาขายเคยมีมาแล้วทั้งใน ฝรั่งเศส แคนาดา รัสเซีย และจีน แต่ก็คงไม่มีที่ใดราคาแพงสู้อากาศบนยอดเขาสวิตเซอร์แลนด์ได้เลยแม้แต่นิดเดียว



ภาพจาก mountainairfromswitzerland.com
https://hilight.kapook.com/view/150072