Thursday, August 10, 2017

ขนลุกซู่ เจ้าหน้าที่ขนส่งสแกนเจอแขนมนุษย์ ถูกเก็บไว้ในกระเป๋าผู้โดยสาร




         เจ้าหน้าที่สถานีขนส่งผงะ ชายวัย 50 ปี หอบชิ้นส่วนแขนมนุษย์ 1 คู่ ใส่มาในกระเป๋า เตรียมเดินทางกลับบ้าน แจงเป็นของน้องชายที่เกิดอุบัติเหตุ จะนำกลับไปเก็บรักษาไว้ให้ที่บ้าน

        เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2560 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ เผยรายงานชวนอึ้ง ระบุว่า เจ้าหน้าที่บริเวณจุดสแกนตรวจกระเป๋าภายในสถานีขนส่งรถโดยสารสาธารณะ เขตตูหยุน มณฑลกุ้ยโจว ประเทศจีน มีอันต้องตกใจไปตาม ๆ กัน เมื่อพบว่า ภายในกระเป๋าของผู้โดยสารชายวัย 50 ปี รายหนึ่ง มีชิ้นส่วนแขนมนุษย์ 1 คู่ บรรจุอยู่ด้านใน


        เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กล้องวงจรปิดภายในสถานีสามารถบันทึกภาพไว้ได้ โดยจะเห็นว่าชายเจ้าของกระเป๋ารายดังกล่าว เดินเข้ามาในสถานีตามปกติ ก่อนจะวางกระเป๋าตรงจุดตรวจ จากนั้นเขาก็เดินผ่านประตูสแกนอัตโนมัติโดยมีท่าทางเรียบเฉย ไม่แสดงอาการกังวล หรือผิดปกติแต่อย่างใด กระทั่งเจ้าหน้าที่เห็นภาพในจอมอนิเตอร์ จึงเรียกตัวเขามาสอบถามถึงแขนคู่ดังกล่าว

         จากรายงานเผยว่า ภายหลังจากเจ้าที่สอบถามชายเจ้าของกระเป๋า เขาได้อธิบายว่า ตนไม่ได้เป็นฆาตกรแต่อย่างใด แต่แขนคู่ดังกล่าวเป็นของน้องชาย ที่เมื่อไม่นานมานี้ได้ประสบอุบัติเหตุจากไฟฟ้า เป็นเหตุให้ต้องตัดแขนทิ้งทั้ง 2 ข้าง อย่างไรก็ตามเนื่องจากความเชื่อว่า เมื่อมีใครเสียชีวิตจะต้องฝังชิ้นส่วนอวัยวะไปให้ครบ เขาจึงนำแขนทั้ง 2 ข้างของน้องชายกลับไปที่บ้าน เพื่อทำการเก็บรักษาไว้ให้
        
       ภายหลังจากได้ทราบเรื่องราว ทางเจ้าหน้าที่จึงโทรศัพท์ติดต่อไปยังโรงพยาบาลที่รักษาน้องชายของชายรายดังกล่าว เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง อย่างไรก็ดี ในเบื้องต้นทางสถานีไม่อนุญาตให้เขานำแขนทั้ง 2 ข้างนั้น ขึ้นรถโดยสารเดินทางไปด้วย โดยแจ้งว่าจะต้องมีการอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ ถึงจะทำการขนย้ายอวัยวะดังกล่าวได้

ภาพจาก weibo.com
https://hilight.kapook.com/view/158008

Saturday, July 29, 2017

เจ้าของหมาสุดช้ำ หมาถูกตำรวจลั่นไกยิงตาย หลังหลุดออกจากบ้าน อ้างป้องกันตัว




             เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐโอไฮโอ ออกตามหาสุนัขหาย แต่โดนวิ่งเข้าใส่ จึงต้องชักปืนยิงใส่จนตาย เจ้าของเผย มันแอบหลุดไปจากหลังบ้าน และเป็นสุนัขเชื่อง ไม่ได้ดุร้ายอย่างที่ตำรวจอ้าง

              เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2560 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า เจ้าหน้าที่จอช เทนนีย์ ตำรวจในเมืองอัลลิแอนซ์ รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ก่อเหตุยิงสุนัขตายไป 1 ตัว หลังจากที่มันวิ่งกรูเข้ามาที่เขา เขาอ้างว่ามันเป็นเหตุจำเป็น เขาอยู่ในอันตรายและไม่มีทางเลือก จึงต้องตัดสินใจทำแบบนั้น


              เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอัลลิแลนซ์ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีสุนัข 3 ตัวหลุดอยู่ในชุมชน พวกเขาจึงออกไปตรวจสบ วิดีจากกล้องติดตัวเจ้าหน้าที่เทนนีย์ เผยให้เห็นว่าทีมเจ้าหน้าที่ขับรถมาตามถนน พวกสังเกตเห็นสุนัข 3 ตัว โดยเป็นพันธุ์พิทบูล 2 ตัว และร็อตไวเลอร์อีก 1 ตัว  พวกเขาได้ลงจากรถ หลังจากนั้นก็เดินตามพวกมันไป พร้อมก็ส่งเสียงผิวปาก และร้องเรียกไปด้วย

              เมื่อพวกเขาเดินตัดข้ามตึกไป เห็นสุนัขเหล่านั้นอยู่ไกล ๆ พวกเขาก็ส่งเสียงร้องเรียกอีกครั้ง แต่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเมื่อหนึ่งในพิทบูลวิ่งตรงเข้ามาหาเจ้าหน้าที่เทนนีย์ ส่วนอีก 2 ตัวที่เหลือก็วิ่งตามมาติด ๆ ตัวหนึ่งวิ่งมาตัดหน้าเหมือนกับจะห้ามไม่ให้จู่โจมตำรวจแต่ก็ไม่ทัน โดยเจ้าหน้าที่เทนนีย์ลั่นไกยิงใส่มัน จนมันนอนแน่นิ่งไป ส่วนเพื่อนฝูงอีก 2 ตัวก็ดูตกใจลนลาน และวิ่งเขามาดูเพื่อนที่ตาย


              สุนัขทั้ง 3 ตัวเป็นสัตว์เลี้ยงของมอร์แกน เฟอร์รี โดยก่อนเกิดเหตุ เธอและมาร์ค คู่หมั้นของเธอ ปล่อยพวกมันทั้ง 3 ตัวไว้ในสวนหลังบ้าน แต่พวกมันได้พากันลอดกรงออกไป หลังจากนั้นไม่นานมีคนโทร. แจ้งตำรวจว่าเจอสุนัข 3 ตัวเดินไปเดินมาในชุมชน เธอเองก็แจ้งตำรวจเช่นกันและออกไปตามหาพวกมัน

              "ฉันบอกมาร์คว่า เฮ้ ออกไปตามหาพวกมันกันเถอะ ชาวบ้านเห็นพวกมันอยู่แถว ๆ ซอลส์เบิร์กเมื่อกี้นี้เอง" มอร์แกน เล่า

               หลังทราบว่าสุนัขของเธอตาย มอร์แกนมีความเห็นที่ต่างไปจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยกล่าวว่าพวกมันทุกตัวเป็นสุนัขที่ขี้เล่น เชื่อง และไม่ดุร้ายเลยสักนิด แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจอัลลิแอนซ์กล่าวว่า พวกเขาได้รับอีเมลที่ยืนยันว่าสุนัขตัวที่ตาย เคยกัดคนมาแล้วในปี 2557 และตอนนี้พวกเขากำลังสืบสวนว่า กรณีชายวัย 63 ปี ถูกสุนัขโจมตีในเดือนมีนาคมที่ผ่านมานั้น เป็นฝีมือตัวใดตัวหนึ่งใน 3 ตัวนี้หรือไม่

ภาพจาก liveleak.com
ข้อมูลจาก ibtimes.com
https://pet.kapook.com/view176288.html

Friday, July 7, 2017

เปิดภาพ 2 ตูบเพื่อนซี้ แม้วันนี้จะถูกทอดทิ้ง แต่แค่มีกันในทุก ๆ วัน ก็ยังยิ้มได้




         คู่หูตูบเพื่อนซี้ แม้วันนี้จะถูกทอดทิ้งจากบ้านหลังเก่า แต่แค่มีกันในทุก ๆ วัน ก็ยังยิ้มได้ พร้อมเผื่อแผ่รอยยิ้มและความสุขสู่เพื่อน ๆ ตัวอื่นด้วย

          เมื่อเราได้เห็นภาพรอยยิ้มกว้างของเจ้าตูบคู่หู สโมคกี้ และ บันดิต เราคงไม่มีทางรู้ได้เลยว่าพวกมันต้องผ่านอะไรมา พวกมันเคยมีบ้านที่แสนอบอุ่น เคยได้รับความรัก แต่สุดท้ายด้วยความจำเป็นบางอย่างของเจ้าของเดิม ทำให้พวกมันต้องสูญเสียบ้านที่เคยอาศัยไป แต่แม้จะเศร้าใจกับการจากลา แต่อย่างน้อยพวกมันก็ยังยิ้มได้เมื่อมีเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันอยู่เคียงข้าง


เดอะโดโด้ ได้นำภาพของคู่หูที่น่ารักนี้มาเผยให้ได้ชมกัน เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 พร้อมเผยว่า สโมคกี้ และ บันดิต ได้เจอหน้ากันครั้งแรกตั้งแต่พวกมันอายุเพียง 8 สัปดาห์ กระทั่งตอนนี้เวลาผ่านไปจนอายุจะ 4 ปีแล้ว พวกมันก็ยังคงอยู่ด้วยกัน เป็นคู่ซี้ที่ไม่ยินดีแยกจาก โดย ฮีเทอร์ เจ้าหน้าที่จากศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทาร่า เฮ้าส์ ในโคลอมเบีย รัฐแมริแลนด์ สหรัฐฯ เผยว่า พวกมันต้องพบกับความเศร้าใจอย่างมากตอนที่ถูกทอดทิ้ง พวกมันเสียบ้านที่รักไป นับเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับพวกมัน

 
          เจ้าของเดิมของพวกมันประสบปัญหาจนทำให้เลี้ยงพวกมันต่อไม่ไหว เขาจึงนำพวกมันมาให้ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทาร่า เฮ้าส์ อย่างไรก็ตามคู่หูที่ไม่เคยอยู่ห่างกันมีอันต้องถูกจับแยก เนื่องจากบันดิต จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากสัตวแพทย์ ในช่วงเวลาเหล่านั้นเห็นได้ชัดเลยว่าพวกมันไม่มีความสุขแค่ไหน


        แต่แล้วพวกมันก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง เมื่อบันดิตกลับมาจากโรงพยาบาลสัตว์ ซึ่งสโมคกี้เองก็ตั้งใจทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคอยดูแลคู่หูของมัน ทั้งช่วยเลียทำความสะอาดแผลให้ ช่วยเลียหู คอยปลอบโยนกัน พยายามทำให้บันดิตรู้ว่ามันไม่ได้อยู่เพียงลำพังในบ้านหลังใหม่แห่งนี้

 
          ทั้งนี้เมื่อได้เห็นสายสัมพันธ์อันเหนียวแน่นของทั้งคู่ ทางศูนย์ก็รู้ดีว่าคงเป็นเรื่องใจร้ายสุด ๆ หากจะพรากพวกมันจากกัน ดังนั้นพวกเขาจึงมองหาผู้อุปถัมภ์ใจดีที่พร้อมจะมอบบ้านอันแสนอบอุ่นให้แก่พวกมัน ซึ่งในระหว่างนี้ที่มันยังเฝ้ารอบ้านหลังใหม่ สโมคกี้ และ บันดิต ก็มักจะส่งรอยยิ้มให้แก่กัน ทั้งยังเผื่อแผ่ยิ้มกว้างสู่ผู้ที่อยู่รอบตัว แถมยังชวนเพื่อน ๆ เล่นไม่ให้ต้องหงอยเหงากันอีกด้วย น่ารักจริง ๆ เลย



ภาพจาก THAR
https://pet.kapook.com/view174830.html

Tuesday, May 30, 2017

ไอเดียเจ๋ง...บ้านริมผาสไตล์รังนกสุดคูล จากสวีเดน จิ๋วแต่แจ๋วแบบมินิมอล




           สถาปนิกสวีเดนออกแบบ NestInBox บ้านหลังเล็กสไตล์มินิมอลสุดเจ๋งได้แรงบันดาลใจมาจากรังนก ไม่ต้องการพื้นที่เยอะ เพราะมันห้อยแขวนอยู่กับหน้าผา !

            เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2560 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า ทีมสถาปนิกจากสวีเดน ได้ผุดไอเดียออกแบบบ้านแนวโมเดิร์นสุดเจ๋งที่ฉีกกฎมุมมองบ้านในแบบเดิม ๆ ที่หลายคนคุ้นเคย บ้านเหล่านี้มีขนาดเล็กกะทัดรัด เน้นประโยชน์ในสอยในทุก ๆ ตารางนิ้ว และที่สำคัญก็คือ มันเป็นบ้านที่ไม่เหมาะกับคนที่กลัวความสูง เพราะมันแขวนติดอยู่ริมหน้าผา !


         มันอาจจะฟังดูเป็นเรื่องเหลือเชื่อ บ้านคนจะไปอยู่ริมหน้าผาได้อย่างไร แต่มันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้  โดยโปรเจคท์บ้านนี้มีชื่อว่า NestInBox มีความหมายตรงตัวว่า บ้านรังนก นั่นเอง โดยมันเป็นบ้านสไตล์มินิมอล 3 ชั้น ขนาด 50 ตารางเมตร เหมาะสำหรับสมาชิก 1-2 คน โดยจะมีห้องทำงาน สตูดิโอ ห้องนอน ห้องครัวเหมือนกับบ้านทั่วไป แต่มันจะติดตั้งห้อยอยู่ริมหน้าผา หรือ ตามพื้นที่สูงซึ่งไม่น่าจะสร้างบ้านได้ โดยจะมีบันไดเชื่อมต่อบ้านแต่ละหลัง

 
            NestInBox เป็นโปรเจคท์ที่ร่วมมือกันระหว่าง โมเดอร์นา ทราฮุส บริษัทรับสร้างบ้านในสวีเดน กับ ทีมสถาปนิกคนเก่ง พอนตุส โอลห์มาน และ เอลิซาเบ็ตตา กาบริเอลลี โดย NestInBox ได้แรงบันดาลใจมาจากการสร้างบ้านของนก ที่มักจะทำรังอยู่ในที่สูง บนต้นไม้ ใต้ก้อนหิน บนพื้น หรือแม้แต่บนชะง่อนผา ซึ่งเมื่อนกสามารถทำได้ มนุษย์ก็ย่อมสามารถทำได้เช่นกัน


           "รังนกมันจะมีขนาดเล็ก ส่วนใหญ่จะเห็นอยู่บนต้นไม้ เราเองก็สามารถสร้างรังนกขนาดใหญ่เป็นของตัวเองได้ โดยจะเป็นรังนกที่มีหลายห้อง มีหน้าต่าง และแม้กระทั่งอุปกรณ์ป้องกันสภาพอากาศ บ้านหลังเหล็ก ๆ เหล่านี้จะมีการคำคำนวนโครงสร้างต่าง ๆ และการรับน้ำหนักเอาไว้ โดยหน้าผาคือตัวเลือกที่ดีเยี่ยม มันเหมาะสำหรับพื้นที่ทางตอนเหนือของสแกนดิเนเวีย และทุกพื้นที่ในโลกที่มีลักษณะเป็นภูเขาและหน้าผา"  ทีมสถาปนิกกล่าวถึงลักษณะบ้านรังนกของพวกเขา

 
            อย่างไรก็ตาม ตอนนี้โปรเจคท์ NestInBox ยังอยู่ในขั้นตอนของการออกแบบ และเป็นเพียงคอนเซ็ปต์ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่มันอาจจะเกิดขึ้นจริงได้ในเร็ว ๆ นี้ เพราะตอนนี้มันถูกลิสต์อยู่ในรายชื่อสุดยอดนวัตกรรมของสวีเดนไปเรียบร้อยแล้ว


ภาพจาก nestinbox.se
https://home.kapook.com/view172365.html