Tuesday, August 4, 2020
สวนสัตว์เผยข่าวเศร้า จำต้องการุณยฆาตคู่รักสิงโตแก่พร้อมกัน ไม่ทิ้งให้ตัวใดต้องอยู่ลำพัง
สวนสัตว์ลอสแอนเจลิสเผยข่าวเศร้า จำต้องการุณยฆาตคู่รักสิงโตแก่ ให้จากไปพร้อมกัน ไม่ให้ตัวใดต้องอยู่ลำพัง เผยเป็นคู่สิงโตดาวเด่นที่แทบไม่ยอมแยกจากกัน
วันที่ 3 สิงหาคม 2563 เว็บไซต์ Bored Panda รายงานว่า สวนสัตว์ลอสแอนเจลิส ในสหรัฐฯ เพิ่งประกาศข่าวเศร้าเมื่อเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์จำต้องทำการตัดสินใจที่ยากลำบาก ในการการุณยฆาตคู่รักสิงโตแอฟริกัน อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นดาวเด่นประจำสวนสัตว์ ให้พวกมันได้จากไปพร้อมกันโดยไม่มีตัวใดต้องอยู่ตามลำพังหลังจากนี้
โดยสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ตัดสินใจการุณยฆาตสิงโตทั้ง 2 ตัว สืบเนื่องจากสุขภาพของพวกมันถดถอยลงอย่างมาก และยังมีอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับอายุของพวกมัน ซึ่งกลายเป็นสิ่งบั่นทอนคุณภาพชีวิตของสิงโตทั้งคู่
อนึ่ง สำหรับ ฮิวเบิร์ต สิงโตตัวผู้ เกิดในสวนสัตว์ลินคอร์นปาร์ก ในชิคาโก ขณะที่ คาลิซา สิงโตตัวเมีย มาจากสวนสัตว์วู้ดแลนด์ปาร์ก ในซีแอตเทิล โดยพวกมันทั้ง 2 ตัวถูกส่งมายังสวนสัตว์ลอสแอนเจลิส ในปี 2557 นับจากนั้นเป็นต้นมา พวกมันก็ไม่อาจแยกจากกันได้อีก
ด้าน เบธ สเชเฟอร์ โฆษกของสวนสัตว์ลอสแอนเจลิส เผยว่า ไม่ว่าผู้มาเยือนหรือเจ้าหน้าที่ต่างก็สัมผัสได้ถึงความสัมพันธ์ของสิงโตคู่นี้ พวกมันแทบจะไม่แยกจากกันเลย ฮิวเบิร์ตกับคาลิซามักจะอยู่ด้วยกันเสมอ พวกมันยังชอบกอดกัน และซุกหัวอิงกันอยู่บ่อย ๆ
แม้ว่าตลอดช่วงชีวิตของฮิวเบิร์ต มันจะเป็นพ่อของลูกสิงโตจำนวน 10 ตัว อย่างไรก็ตาม มันกับคาลิซาไม่มีลูกด้วยกัน
ด้าน อลิซา เบฮาร์ ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ประจำสวนสัตว์ลอสแอนเจลิส เผยว่า การจากไปของสิงโตคู่นี้นับเป็นการสูญเสียอย่างมากสำหรับชุมชนสวนสัตว์ ในทุก ๆ เช้า เจ้าหน้าที่มักจะได้ยินเสียงคำรามตอนตื่นของฮิวเบิร์ต และเธอก็ยังคงคิดถึงเสียงของมันเช่นกัน
ทั้งนี้ โดยเฉลี่ยสิงโตที่อาศัยอยู่ในกรงอาจมีอายุได้ถึง 25 ปี แต่อายุขัยของสิงโตที่อยู่ในป่าธรรมชาติ จะอยู่ที่ 12-16 ปี ซึ่งเมื่อพิจารณาจากอายุของฮิวเบิร์ตกับคาลิซา พวกมันก็ถือว่าเป็นสิงโตแก่ที่สุขภาพเริ่มเสื่อมถอยไปตามวัย แม้ทางสวนสัตว์จะดูแลพวกมันเป็นอย่างดีก็ตาม
ขอบคุณข้อมูลจาก Bored Panda
https://hilight.kapook.com/view/204934
Friday, July 17, 2020
สยอง หนุ่มเข้าป่าหายเงียบ พบอีกทีเป็นศพถูกงูเหลือม 3 เมตรรัด คาดสู้งู แต่ไม่รอด
สยอง หนุ่มอินโดฯ หาของป่ากลางดึก หายเงียบไปหลายวัน พบอีกทีเจองูเหลือม 3 เมตร รัดดับ คาดปล้ำสู้งู แต่ไม่รอด
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 เว็บไซต์ kompas.com มีรายงานเหตุสลด หนุ่มอินโดนีเซียวัย 26 ปี กลายมาเป็นเหยื่ออีกรายที่เสียชีวิตเพราะงูขนาดใหญ่ หลังเข้าป่าไปหาของป่าช่วงกลางดึก ก่อนพบอีกครั้งกลายเป็นศพที่ถูกงูเหลือมยาว 3 เมตร กำลังรัดแน่น
รายงานเผยว่า ชายคนดังกล่าวออกจากบ้านไปช่วงเที่ยงคืน วันที่ 12 กรกฎาคม เพื่อจะออกไปล่าหาของป่า แต่หลังจากทางครอบครัวไม่เห็นเขากลับบ้านมาหลายวัน จึงได้แจ้งตำรวจให้ช่วยออกตามหา ซึ่งทางตำรวจก็ได้ส่งทีมมาช่วยกันตามหาตัวเขา กระทั่งได้ทราบข้อมูลจากชาวบ้านว่ามีกลิ่นแปลก ๆ โชยมาจากส่วนหนึ่งของป่า จึงได้นำกำลังเข้าไปดู กระทั่งพบศพของผู้ตายที่ถูกงูเหลือมรัดแน่น
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางตำรวจจึงต้องนำไม้มาใช้ดันและแหย่งู จนกระทั่งมันยอมคลายรัดและเลื้อยออกไป จึงสามารถเข้าไปนำศพออกจากพื้นที่ เพื่อนำกลับไปฝังได้
ฟาต์กูร์ ราห์แมน ตำรวจที่ดูแลคดีนี้ เปิดเผยว่า บนศพของผู้ตายไม่พบบาดแผลรุนแรงอย่างอื่น แต่คาดว่าก่อนที่เขาจะเสียชีวิตน่าจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นระหว่างผู้ตายกับงู โดยพบว่างูเหลือมตัวดังกล่าวมีบาดแผลอยู่ที่ส่วนหัว
ทั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าเหตุใดชายคนดังกล่าวถึงถูกงูรัดจนเสียชีวิต แต่คาดการณ์ว่าเขาอาจพยายามจะจับงูตัวนี้ แต่มีความผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้นทำให้งูหันมาพันและรัดเขาจนเสียชีวิต
ขอบคุณข้อมูลจาก kompas.com
Sunday, May 31, 2020
ไปดูเจ้าตูบหน้าแปลก จมูกยาวกว่าไม้บรรทัด จนได้ชื่อว่า สุนัขจมูกยาวที่สุดในโลก
ภาพจาก Instagram eriszoi
ไปรู้จัก เจ้าตูบหน้าแปลก มีจมูกยื่นยาว ยาวกว่าไม้บรรทัด จนได้รับการขนานนามว่า เป็นสุนัขที่จมูกยาวที่สุดในโลกขณะนี้ แฟนคลับเพียบเลย
- เจ้าตูบตัวนี้มีชื่อว่าเอริส (Eris) เป็นสุนัขพันธุ์บอร์ซอย อายุ 2 ปี อาศัยในรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา
- ตอนนี้ เอริส กำลังเป็นที่โด่งดังในโซเชียลมีเดีย ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นพิเศษจากตัวอื่น ๆ นั่นคือ จมูกยื่นยาวแบบสุด ๆ ยาวถึง 31 เซนติเมตร
- ด้วยความพิเศษนี้ ทำให้มันได้รับความสนใจมากมาย จนได้รับการขนานนามว่า เป็นสุนัขที่จมูกยาวที่สุดในโลก
- ลิลลี แคมโบเรียน เจ้าของเจ้าเอริส เผยว่า เจ้าเอริสและพี่น้องครอกเดียวกัน มีฟันที่เหยินยาวผิดปกติมาตั้งแต่ตอนเล็ก ๆ แต่ของเอริสจะยื่นออกมามากกว่าตัวอื่น
- ตอนแรกมีหลายคนเตือนว่า เจ้าเอริสอาจจะต้องเผชิญปัญหาเกี่ยวกับฟัน ฟันของมันอาจจะทิ่มแทงเข้าไปที่เหงือกได้ แต่จนถึงตอนนี้มันก็ยังไม่เป็นปัญหาอะไร
- ลิลลีดูแลเอริสอย่างเอาใจใส่ใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกิน หรือจมูก ซึ่งเจ้าเอริสชอบยื่นจมูกยาว ๆ ไปตามซอกต่าง ๆ หรือเอาขึ้นมาเกย
ภาพจาก Instagram eriszoi
- ตำแหน่งสุนัขจมูกยาวที่สุดในโลกของเจ้าเอริส ยังไม่เป็นทางการ เพราะลิลลียังไม่ได้ดำเนินการเรื่องบันทึกสถิติแบบจริงจัง แต่เชื่อว่ามันจะสามารถครองตำแหน่งได้ไม่ยาก
ภาพจาก Instagram eriszoi
ภาพจาก Instagram eriszoi
ภาพจาก Instagram eriszoi
https://pet.kapook.com/view226725.html
Thursday, May 28, 2020
ภาพการขุดพบชวนทึ่ง พื้นโมเสกสมัยโรมโบราณ ถูกรักษาไว้อย่างดี ความงามที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน
ภาพจาก Comune di Negrar di Valpolicella
นักโบราณคดีทึ่ง ขุดพบพื้นโมเสกสมัยโรมโบราณ ถูกรักษาไว้อย่างดี ความงดงามที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน ชี้ใช้เวลาเกือบร้อยปีกว่าจะขุดพบ หลังเคยเจอวิลลาโบราณในพื้นที่ดังกล่าว
วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า นักโบราณคดีเผยการค้นพบที่น่ายินดี หลังประสบความสำเร็จในการขุดพบพื้นโมเสกที่สวยงามโดดเด่น ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ไร่องุ่นในเมืองเวโรนา แคว้นเวเนโต ทางตอนเหนือของอิตาลี โดยพื้นโมเสกดังกล่าวถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีใต้ผืนดินแม้เวลาจะล่วงเลยมาแสนนาน นับจากยุคโรมโบราณ
ภาพจาก Comune di Negrar di Valpolicella
การค้นพบดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีการขุดพบซากวิลลาโบราณในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อเกือบศตวรรษที่ผ่านมา โดยจากภาพที่ทางเมืองนำมาเปิดเผย เราจะได้เห็นแพทเทิร์นของกระเบื้องโมเสกที่มีความซับซ้อนและมีสีสันสดใส
ภาพจาก ทวิตเตอร์ @DapperHistorian
เจ้าหน้าที่ยังเผยว่า "หลังผ่านความพยายามที่ล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วนตลอดหลายสิบปี ในที่สุดนักโบราณคดีก็ค้นพบส่วนหนึ่งของพื้นและฐานของวิลลาโรมัน ในพื้นที่ตอนเหนือของอิตาลี ที่นักวิชาการค้นพบเมื่อเกือบศตวรรษที่ผ่านมา"
ทั้งนี้ จุดหมายของทีมงานในตอนนี้คือการระบุขอบเขตที่แน่นอน และตำแหน่งของโครงสร้างโบราณนี้ อย่างไรก็ตามสำหรับการเปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้นั้น คงยังไม่สามารถทำได้ในเร็ว ๆ นี้ โดยจะต้องมีการรวบรวมทรัพยากรที่สำคัญเสียก่อน
ขอบคุณข้อมูลจาก ซีเอ็นเอ็น
Thursday, April 23, 2020
ตูบนั่งเหงา เฝ้าชะเง้อรอเจ้าของมา 6 เดือน แม้อากาศหนาว -30 องศา ก็ยังไม่ยอมไปไหน
ภาพจาก chany.gorsite.ru
ตูบนั่งเหงา เฝ้าชะเง้อรอเจ้าของมา 6 เดือน แม้อากาศหนาว -30 องศา ก็ยังไม่ยอมไปไหน จนตอนนี้ในที่สุดก็ได้รับความอบอุ่นจากคนใจดี ที่พร้อมมอบบ้านใหม่ให้
ภาพของเจ้าตูบตัวหนึ่ง ที่ยืนกรานจะปักหลักเฝ้ารอเจ้านายของมันอยู่บริเวณป้ายรถเมล์ หลังถูกนำมาทิ้งไว้ยังพื้นที่ชนบทห่างไกลในเมืองโนโวซีบีร์สค์ ของรัสเซีย ได้กลายมาเป็นภาพสะเทือนใจแก่ผู้พบเห็น แต่ไม่ว่าชาวบ้านจะพยายามเข้าไปจับตัวมันออกมาจากพื้นที่ข้างถนนอย่างไร มันก็ยังไม่ยอมไปไหน ขอรออยู่ตรงจุดที่ถูกนำมาทิ้ง ด้วยความหวังว่าสักวันเจ้านายที่รักจะหวนมารับมันกลับบ้าน
จากรายงานของเว็บไซต์เดลี่เมล เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2561 เผยว่า เจ้าตูบที่เหงาหงอยถูกนำมาทิ้งไว้ที่ป้ายรถเมล์จุดนี้ตั้งแต่เมื่อ 6 เดือนก่อน ในช่วงฤดูร้อนที่ไซบีเรียยังมีอากาศอบอุ่น ผู้คนที่ได้พบเห็นมันต่างก็อดสงสารไม่ได้ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าคอยหาอาหารมาทิ้งให้มันกินในแต่ละวัน เพราะเจ้าตูบตัวนี้ไม่ยอมขยับไปไหนทั้งนั้น
ด้าน Sabyrgali Baysagurov ชาวนาที่อาศัยในพื้นที่นั้น เผยว่า สุนัขตัวนี้มักจะแสดงท่าทีตื่นเต้นขึ้นมาทุกครั้งที่เห็นรถยนต์สีเทาขับผ่าน มันจะรีบวิ่งไล่ตามไป ก่อนจะกลับมาอย่างสิ้นหวังทุกครั้ง คาดว่าเจ้าของเก่าของมันคงจะมีรถยนต์สีเทา
ที่ผ่านมาเคยมีชาวบ้านหลายคนพยายามเข้ามาจับมันออกไปจากข้างถนน แต่ก็ทำได้ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเวลาผ่านไป จากอากาศอันแสนอบอุ่นก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสภาพอากาศหนาวเย็นจับใจ แต่สุนัขตัวนี้ก็ยังคงไม่ยอมไปไหน มันไม่ยอมเข้าไปหลบในบ้านสุนัขที่มีคนนำมาวางให้ แต่เลือกที่จะนอนบนฟางหญ้า และยังคอยชะเง้อมองรถที่ผ่านไปผ่านมา ด้วยความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าจะได้เห็นเจ้านายมันอีกครั้ง
ภาพจาก chany.gorsite.ru
เวลาผ่านไปจนขณะนี้ พื้นที่ดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นถึง -30 องศาเซลเซียส สภาพอากาศเช่นนี้อาจทำให้ผู้คนถึงกับแข็งตายได้ แม้แต่อาหารที่นำไปวางให้สุนัขตัวนี้ ก็ยังถูกแช่แข็งตั้งแต่ก่อนที่มันจะได้กิน นั่นทำให้ชาวบ้านรู้สึกกังวลมากขึ้นทุกที กลัวว่าสุนัขตัวนี้จะไม่รอดชีวิตจากฤดูหนาวแสนโหดร้าย
กระทั่งในที่สุดก็มีสื่อท้องถิ่นนำเรื่องของมันมารายงาน พร้อมยกให้เป็น ฮาจิโกะแห่งรัสเซีย โดยอ้างอิงตำนานสุนัขฮาจิโกะของญี่ปุ่น ที่เฝ้ารอเจ้านายอย่างซื่อสัตย์เป็นเวลานานถึง 9 ปี ไม่ยอมไปไหน และจากรายงานนี้เองทำให้ในที่สุดความช่วยเหลือก็มาเยือน เมื่อกลุ่มองค์กรช่วยเหลือสัตว์ได้ยอมขับรถเดินทางไกลร่วม 402 กิโลเมตร เพื่อมารับสุนัขตัวนี้
ด้าน อเล็กซี่ อาสาสมัครช่วยเหลือสุนัข เล่าว่า พวกเขารีบมายังป้ายรถเมล์แห่งนี้หลังจากได้อ่านเรื่องราวของมัน อย่างไรก็ตามเจ้าตูบตัวนี้ยังไม่ยอมเชื่อใจพวกเขา ไม่ต้องการให้พวกเขาเข้าใกล้ ซึ่งพวกเขาเองก็ต้องใช้ความพยายามหาวิธีต่าง ๆ เข้าไปตีสนิทกับมัน จนในที่สุดหลังจากเล่นไล่จับกันอยู่พักใหญ่ อิริน่า อาสาสมัครอีกคนหนึ่ง ก็สามารถโยนผ้าห่มไปคลุมร่างของสุนัขตัวนี้ และนำตัวมันขึ้นมาบนรถได้สำเร็จ
"ฉันชื่นชมในความซื่อสัตย์ของสุนัขตัวนี้ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราจะได้เห็นจากผู้คนเสมอไป" อิริน่า กล่าว
และแล้วในที่สุด อิริน่าก็ตัดสินใจที่จะเป็นผู้มอบบ้านหลังใหม่ที่แสนอบอุ่นแก่สุนัขตัวนี้ ให้ได้อาศัยอยู่ร่วมกับแก๊งเพื่อน 4 ขา เป็นสุนัขพันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด 1 ตัว และแมวเหมียวอีก 2 ตัว ซึ่งหลังจากนี้มันก็คงจะไม่ต้องเหงาอีกต่อไป นับเป็นการเริ่มต้นช่วงเวลาคริสต์มาสที่ดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับบ้านหลังนี้
กระทั่งในที่สุดก็มีสื่อท้องถิ่นนำเรื่องของมันมารายงาน พร้อมยกให้เป็น ฮาจิโกะแห่งรัสเซีย โดยอ้างอิงตำนานสุนัขฮาจิโกะของญี่ปุ่น ที่เฝ้ารอเจ้านายอย่างซื่อสัตย์เป็นเวลานานถึง 9 ปี ไม่ยอมไปไหน และจากรายงานนี้เองทำให้ในที่สุดความช่วยเหลือก็มาเยือน เมื่อกลุ่มองค์กรช่วยเหลือสัตว์ได้ยอมขับรถเดินทางไกลร่วม 402 กิโลเมตร เพื่อมารับสุนัขตัวนี้
ด้าน อเล็กซี่ อาสาสมัครช่วยเหลือสุนัข เล่าว่า พวกเขารีบมายังป้ายรถเมล์แห่งนี้หลังจากได้อ่านเรื่องราวของมัน อย่างไรก็ตามเจ้าตูบตัวนี้ยังไม่ยอมเชื่อใจพวกเขา ไม่ต้องการให้พวกเขาเข้าใกล้ ซึ่งพวกเขาเองก็ต้องใช้ความพยายามหาวิธีต่าง ๆ เข้าไปตีสนิทกับมัน จนในที่สุดหลังจากเล่นไล่จับกันอยู่พักใหญ่ อิริน่า อาสาสมัครอีกคนหนึ่ง ก็สามารถโยนผ้าห่มไปคลุมร่างของสุนัขตัวนี้ และนำตัวมันขึ้นมาบนรถได้สำเร็จ
จากนั้นอาสาสมัครทั้ง 2 คน ก็ช่วยกันทำให้สุนัขได้รับความอบอุ่น ซึ่งหลังจากสัมผัสได้ถึงความปรารถนาดีจากทั้ง 2 คน สุนัขตัวนี้ก็แสดงท่าทีเป็นมิตรกับพวกเขามากขึ้น
"ฉันชื่นชมในความซื่อสัตย์ของสุนัขตัวนี้ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราจะได้เห็นจากผู้คนเสมอไป" อิริน่า กล่าว
และแล้วในที่สุด อิริน่าก็ตัดสินใจที่จะเป็นผู้มอบบ้านหลังใหม่ที่แสนอบอุ่นแก่สุนัขตัวนี้ ให้ได้อาศัยอยู่ร่วมกับแก๊งเพื่อน 4 ขา เป็นสุนัขพันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด 1 ตัว และแมวเหมียวอีก 2 ตัว ซึ่งหลังจากนี้มันก็คงจะไม่ต้องเหงาอีกต่อไป นับเป็นการเริ่มต้นช่วงเวลาคริสต์มาสที่ดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับบ้านหลังนี้
Wednesday, April 8, 2020
แพนด้าในสวนสัตว์ฮ่องกงกอดกันกลม ผสมพันธุ์ครั้งแรกในรอบ 10 ปี หลังล็อกดาวน์
เผยภาพ แพนด้าในสวนสัตว์ฮ่องกงกอดกันกลม ขึ้นผสมพันธุ์เองตามธรรมชาติครั้งแรกในรอบ 10 ปี หลังทางการประกาศล็อกดาวน์ช่วงโควิด 19 ไร้คนเยือนสวนสัตว์
วันที่ 7 เมษายน 2563 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยเรื่องราวพร้อมโมเมนต์ประทับใจจากสวนสัตว์โอเชียนปาร์ก (Ocean Park Zoo) ในฮ่องกง เมื่อเล่อเล่อ (Le Le) และอิงอิง (Ying Ying) แพนด้าคู่เพศผู้และเพศเมียประจำสวนสัตว์ ประสบความความสำเร็จ สามารถผสมพันธุ์กันได้เองตามธรรมชาติเป็นครั้งแรก ในรอบนานกว่า 10 ปีโดยทางสวนสัตว์ได้เผยภาพความตื่นเต้นและน่ายินดี เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 7 เมษายน พร้อมแถลงการณ์ระบุว่า ภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนี้ มีขึ้นภายหลังจากทางสวนสัตว์ได้ปิดทำการ ไม่ให้ประชาชนภายนอกเข้าเยี่ยมชมตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19
ทางเจ้าหน้าที่เผยว่า เล่อเล่อ และอิงอิง มาอยู่ในความดูแลของสวนสัตว์แห่งนี้ตั้งแต่เมื่อปี 2550 แต่มันทั้งสองก็ไม่เคยผสมพันธุ์กันเลย ทางเจ้าหน้าที่จึงพยายามจับคู่ผสมเทียมให้มันเมื่อช่วงปี 2553 แต่ผลที่ออกมาก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนในที่สุดในปีนี้ ทางสวนสัตว์ก็ได้เห็นภาพที่เฝ้ารอคอย และติดตามลุ้นอย่างใจจดใจจ่อให้มีเจ้าแพนด้าตัวน้อยเกิดขึ้น
ไมเคิล บูส ผู้อำนวยการบริหารการปฏิบัติการและอนุรักษ์สัตว์ของทางสวนสัตว์ กล่าวว่า "กระบวนการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติที่ประสบความสำเร็จในวันนี้ เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับเราทุกคน เนื่องจากโอกาสของการตั้งท้องผ่านการผสมพันธุ์ตามธรรมชาตินั้นสูงกว่าการผสมเทียม"
ขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่สวนสัตว์กำลังติดตามความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและพฤติกรรมของอิงอิงอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่ามันจะตั้งท้องหรือไม่หลังจากนี้
สำหรับแพนด้าเป็นสัตว์ที่มีความเสี่ยงสูญพันธุ์สูงมาก ตามการคาดการณ์ของมูลนิธิสัตว์ป่าโลก ระบุว่า ปัจจุบันมีแพนด้าโตเต็มวัยเพียง 1,864 ตัว ที่ยังมีชีวิตอยู่ในป่าทั่วโลก
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Ocean Park Hong Kong
https://hilight.kapook.com/view/201314
Friday, January 3, 2020
เสือ 6 ตัว ถูกทิ้งในบ้านร้าง ใช้ชีวิตในกองอึ-ฉี่ หิวโหยอยู่ในกรงขัง เฝ้ารอวันตาย
ภาพจาก Kiev Police
เสือ 6 ตัว ถูกขังในบ้านร้างในยูเครน พบเคยเป็นสวนสัตว์ส่วนตัว แต่เจ้าของย้ายไปต่างประเทศ ตั้งใจทิ้งเสือให้อดตาย ล่าสุดเสือได้รับการช่วยเหลือแล้ว เจ้าของจ่อเจอคุก
เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2563 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า เอฟเกเนีย โปรโกเปนโค นักกฎหมายและนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสัตว์ชาวยูเครน และทีมงานของเธอ ได้ช่วยเหลือ เสือโคร่ง 6 ตัว ที่ถูกขังเอาไว้ภายในบ้านร้างแห่งหนึ่ง
ภาพจาก Kiev Police
เสือเหล่านี้เคยใช้จัดแสดงในสวนสัตว์ส่วนตัวที่เปิดเป็นคลับ แต่เจ้าของได้ทิ้งพวกมันไว้ โดยจับขังเอาไว้ในกรงและล็อกกุญแจไม่ให้ออกมาได้ เพราะตั้งใจทิ้งให้พวกมันหิวจนตาย
เอฟเกเนี ยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเหล่าเสือดังกล่าว หลังจากชาวบ้านพูดกันว่าได้ยินเสียงเสือร้องและคำรามดังออกมาจากบ้านหลังหนึ่ง บนพื้นที่เกาะวอดนิคอฟ ในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศยูเครน เธอจึงตัดสินใจเดินทางลงไปตรวจสอบ
ภาพจาก Kiev Police
บ้านหลังดังกล่าวอยู่ในสภาพเก่าคร่ำคร่า มีป้ายติดไว้ว่า "Tiger" มีการล้อมกรงเอาไว้ และด้านในมีเสือเดินไปเดินมา ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็นมาก
บ้านหลังดังกล่าวอยู่ในสภาพเก่าคร่ำคร่า มีป้ายติดไว้ว่า "Tiger" มีการล้อมกรงเอาไว้ และด้านในมีเสือเดินไปเดินมา ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็นมาก
จากคลิปวิดีโอที่เอฟเกเนียแชร์ลงบนเฟซบุ๊ก จะเห็นได้ว่าเสือเหล่านี้มีท่าทางคุ้นเคยกับคน และไม่กลัวคน เพราะพวกมันมีท่าทีกระตือรือร้นมากเมื่อเห็นเอฟเกเนีย คล้ายกับว่าดีใจและรับรู้ว่ามีคนมาช่วยเหลือ ซึ่งเมื่อเธอยื่นมือเข้าไปใกล้ ๆ กับกรง เสือก็ยืนหัวมาถูคลอเคลียด้วย
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Evgenia Prokopenko
"พวกเราได้รับแจ้งให้มาที่นี่ หลังจากชาวบ้านบอกว่ามีเสือในบ้านหลังนี้ และส่งเสียงร้องรบกวนชาวบ้านตอนกลางคืนจนไม่ได้หลับได้นอน พอมาถึง พวกเราเจอเสือ 6 ตัว ทุกตัวอยู่ในสภาพย่ำแย่มาก
กรงภายในบ้านหลังนี้สร้างขึ้นมาอย่างลวก ๆ สภาพเรียกได้ว่าเลวร้ายและสกปรกมาก เสือวัยรุ่น 3 ตัว อัดกันอยู่ในกรงขนาด 8 ตารางเมตร พวกมันจมอยู่ในกองโคลนและของเสียของตัวเอง ไม่มีพื้นที่แห้งตรงไหนเลย" เอฟเกเนีย กล่าว
ภาพจาก Kiev Police
ส่วนเสืออีก 3 ตัว ที่เหลือ ตัวหนึ่งอายุมากแล้ว ถูกยังในกรงแคบ ๆ ขนาด 3 ตารางเมตร ส่วนอีก 2 ตัว อยู่ในกรงที่ใหญ่กว่านั้นเล็กน้อย เสือทั้ง 6 ตัวต่างหิวโหยและกระหายน้ำ พวกมันไม่มีอะไรให้กิน ไม่มีน้ำให้ดื่ม ได้แต่หาเลียน้ำจากพื้นกินเพื่อประทังชีวิต
ส่วนเสืออีก 3 ตัว ที่เหลือ ตัวหนึ่งอายุมากแล้ว ถูกยังในกรงแคบ ๆ ขนาด 3 ตารางเมตร ส่วนอีก 2 ตัว อยู่ในกรงที่ใหญ่กว่านั้นเล็กน้อย เสือทั้ง 6 ตัวต่างหิวโหยและกระหายน้ำ พวกมันไม่มีอะไรให้กิน ไม่มีน้ำให้ดื่ม ได้แต่หาเลียน้ำจากพื้นกินเพื่อประทังชีวิต
เอฟเกเนีย ได้แจ้งตำรวจหลังจากนั้น ซึ่งตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง พวกเขาพบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจตราดูแลพื้นที่อยู่ แต่ไม่มีใครหาอาหารมาให้เสือกิน
ภาพจาก Kiev Police
เยฟเกเนีย รวมทั้งกลุ่มนักอนุรักษ์สัตว์และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว พบว่าเจ้าของสวนสัตว์ร้างดังกล่าวเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่มีชื่อเสียงในยูเครน เขาทิ้งเสือเหล่านี้ไว้ หลังจากที่ตัวเองย้ายไปอยู่ต่างประเทศ
เยฟเกเนีย รวมทั้งกลุ่มนักอนุรักษ์สัตว์และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว พบว่าเจ้าของสวนสัตว์ร้างดังกล่าวเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่มีชื่อเสียงในยูเครน เขาทิ้งเสือเหล่านี้ไว้ หลังจากที่ตัวเองย้ายไปอยู่ต่างประเทศ
ทางด้านนักข่าวหญิงของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Ukrainskaya Pravda รายงานว่า ตนเองสามารถติดต่อไปหานักธุรกิจรายดังกล่าวได้แล้ว
ภาพจาก Kiev Police
เขาระบุว่า จะเดินทางกลับมายูเครนในวันที่ 3 มกราคม เพื่อจัดการเรื่องนี้ อ้างว่าเสือคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา พร้อมอ้างว่าได้วางแผนเอาไว้แล้วว่าจะส่งมอบเสือทั้ง 6 ตัว ให้กับสวนสัตว์แห่งหนึ่งในเมืองคาร์คอฟ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน
เขาระบุว่า จะเดินทางกลับมายูเครนในวันที่ 3 มกราคม เพื่อจัดการเรื่องนี้ อ้างว่าเสือคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา พร้อมอ้างว่าได้วางแผนเอาไว้แล้วว่าจะส่งมอบเสือทั้ง 6 ตัว ให้กับสวนสัตว์แห่งหนึ่งในเมืองคาร์คอฟ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Evgenia Prokopenko
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมดำเนินคดีกับนักธุรกิจดังกล่าวในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งเขาอาจต้องโทษจำคุก 3 ปี
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมดำเนินคดีกับนักธุรกิจดังกล่าวในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งเขาอาจต้องโทษจำคุก 3 ปี
Subscribe to:
Posts (Atom)


































