Tuesday, January 19, 2016

คนใจบุญช่วย "สุนัขหน้าหมู" ชุบชีวิตให้สุขภาพดีได้อีกครั้ง



        สมาคมพิทักษ์สัตว์ของอินเดียยื่นมือช่วยเจ้าตูบจรจัด สภาพหน้าบวมจนดูเหมือนหมู ซ้ำร้ายยังผอมโซ หิวโหย และดุร้าย แต่ด้วยความรักจากมนุษย์ ทำให้มันกลายเป็นสุนัขหนุ่มสุดหล่อ ขนสวย สุขภาพดี แถมยังยิ้มเก่งสุด ๆ ไปเลย

          วันที่ 16 มกราคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เปิดเผยเรื่องราวดี ๆ จาก Animal Aid Unlimited สมาคมพิทักษ์สัตว์ของอินเดีย ที่เพิ่งช่วยชีวิตสุนัขจรจัดตัวหนึ่งให้หลุดพ้นจากความเจ็บปวดแสนสาหัสทั้ง จากบาดแผลที่ใบหน้า และจากความหิวโหย ให้กลายเป็นตูบตัวใหม่ที่หน้าตาหล่อเหลา ยิ้มเก่ง และร่าเริงสุด ๆ


                ก่อนหน้านี้ ทีมงาน Animal Aid ได้รับแจ้งว่ามีสุนัขหน้าประหลาดมาป้วนเปี้ยนที่แถบชานเมืองอุเดเปอร์ รัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย จึงรีบบึ่งรถไปตรวจสอบ พบสุนัขจรจัดขนสีเหลืองทอง หูตั้ง ขนสั้น แต่ที่แปลกคือใบหน้าของมันอวบอูมจนดูแปลก คล้ายใบหน้าของหมูมากกว่าสุนัขเสียอีก
พวกเขาลองผูกมิตรกับมันก่อนด้วยการป้อนอาหาร แต่จนแล้วจนรอดมันก็ไม่ยอมให้จับเสียที เจ้าหน้าที่จึงต้องงัดตาข่ายจับสุนัขมาใช้แล้วอุ้มมันกลับไปที่ศูนย์ฯ


                   จากการวินิจฉัยของสัตวแพทย์ประจำ ศูนย์ พบว่าใบหน้าที่ปูดบวมเหมือนหมูของมันคือฝีหนองที่เป่งเต็มที่จากการติดเชื้อ คาดว่าน่าจะเกิดจากการถูกสุนัขตัวอื่นกัดมา พวกเขาจึงลงมือผ่ากรีดหนองออกให้เร็วที่สุดเพื่อรักษาชีวิตเจ้าตูบสีทองตัว นี้เอาไว้


                     หลังจากนั้น สองสัปดาห์ให้หลัง เจ้าตูบทองตัวนี้ก็กลายเป็นสุนัขหน้าหล่อ หุ่นดี แถมยังร่าเริงและยิ้มเก่งสุด ๆ มันเป็นมิตรกับเจ้าหน้าที่ทุกคนมาก ต่างกับตอนแรกที่ดุร้ายและไม่ยอมให้แตะต้องตัวเลย








ภาพจาก animal aid unlimited
http://pet.kapook.com/view139406.html


Sunday, January 17, 2016

หนูน้อย 7 ขวบ ป่วยแปลกเป็นคนเหล็ก ไม่ง่วง ไม่หิว ไม่รู้สึกเจ็บปวด !



           โอลิเวีย หนูน้อยวัย 7 ขวบถูกแพทย์ขนานนามเป็น "เด็กหญิงคนเหล็ก" ไม่เหนื่อยอ่อนง่วงนอน ไม่หิว ไม่รู้สึกเจ็บปวด ผลจากความผิดปกติโครโมโซมคู่ที่ 6 ที่พบได้ยากที่ เชื่อเพิ่งมีเป็นเคสแรกของโลก !

           วันที่ 16 มกราคม 2559 เว็บไซต์เดอะซัน รายงานเรื่องเจ็บป่วยสุดประหลาดของเด็กหญิงโอลิเวีย ฟาร์นสวอร์ธ วัย 7 ขวบ จากเมืองฮัดเดิลฟีลด์ ประเทศอังกฤษ ที่เจ้าตัวคงไม่รู้ว่ามันคือความผิดปกติ เพราะเธอเองไม่รู้สึกเจ็บหรือรับรู้ถึงความป่วยของตนเองเลย และนอกจากจะไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดแล้ว สาวน้อยโอลิเวียก็ไม่รู้จักความเหนื่อยอ่อนง่วงนอน เธอเคยไม่หลับไม่นอนอยู่ 3 วันเต็ม ๆ เพราะเธอไม่รู้สึกง่วง และไม่ชอบกินอาหาร เพราะเธอไม่เคยรู้สึกหิว  


           นางนิกิ วัย 32 ปี คุณแม่ลูก 5 มารดาของสาวน้อยคนนี้เผยว่า แพทย์เรียกลูกสาวของเธอว่า "เด็กหญิงคนเหล็ก" พร้อม เผยว่า เธอเริ่มสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของโอลิเวียตั้งแต่ลูกยังแบเบาะ โอลิเวียไม่เคยร้องไห้งอแง และเลิกนอนกลางวันอย่างสิ้นเชิงเมื่ออายุได้เพียง 9 เดือน


          แต่เหตุการณ์ที่ช็อกที่สุด คือเมื่อครั้งลูกสาววิ่งออกไปจนถูกรถชน รถแล่นทับตัวโอลิเวียแล้วลากร่างลูกไปกับพื้นถนนไกลราว 10 ช่วงคันรถ เธอกับลูก ๆ กรีดร้องลั่น แต่โอลิเวียเพียงทำหน้าตาแปลกใจที่เห็นแม่กับพี่น้องทำท่าตกอกตกใจ แล้วก็ลุกขึ้นเดินกลับมาหา มีรอยยางรถบนหน้าอก โชคดีที่ครั้งนั้นโอลิเวียไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส แค่มีแผลถลอกที่ขูดเนื้อช่วงสะโพกและนิ้วเท้าหลุดไป


           และอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงเรียน เธอได้รับแจ้งว่าโอลิเวียเกิดอุบัติเหตุล้มหน้าทิ่ม ริมฝีปากล่างฉีกเหวอะจนเห็นฟัน แต่สาวน้อยกลับไม่ร้องไห้สักแอะ ไม่มีแม้น้ำตาสักหยด จากความผิดปกติแบบนี้ที่เกิดขึ้นกับลูกสาว ทำให้เธอเป็นกังวลมาก เพราะนั่นหมายความว่า โอลิเวียไม่รับรู้ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นกับตัวเองเลย


          แพทย์ได้วินิจฉัยความผิดปกติของเด็กหญิง ว่ามีสาเหตุมาจากความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 6 ที่เรียกว่า "โครโมโซมซิก ดีลีชั่น" (chromosome 6 deletion) จากฐานข้อมูลทางการแพทย์ พบว่าทั้งโลกมีผู้ป่วยด้วยผิดปกติเกี่ยวเนื่องจากโครโมโซมราว 15,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นความผิดปกติชนิดโครโมโซมซิกดีลีชั่นอยู่ราว 100 คน แต่คนที่มีอาการผิดปกติที่แปลกประหลาดถึง 3 อย่างร่วมกันเหมือนโอลิเวียนี้ เพิ่งจะได้พบเห็นเป็นครั้งแรก 


           ในปัจจุบัน โอลิเวียยังคงใช้ชีวิตตตามปกติกับพ่อแม่และพี่น้องอีก 4 คน เพียงแต่ต้องได้รับยาเพื่อให้นอนหลับในเวลากลางคืน และต้องรับประทานอาหารร่วมกับครอบครัว แม้ว่าตัวเธอจะไม่ได้หิวเลยก็ตาม
 
           ด้านนางมิกิ เผยว่า เธออยากรณรงค์ให้ผู้คนรู้จักความผิดปกติ chromosome 6 deletion มากขึ้น อยากให้เลิกมองลูกของเธอด้วยสายตาตัดสินทั้งที่ยังไม่รู้ว่าโอลิเวียเป็น อะไร เพราะจากภายนอกแล้ว ลูกสาวของเธอก็ดูเป็นปกติเหมือนเด็กทั่ว ๆ ไป

           "อาจไม่มีใครที่เป็นเหมือนกับโอลิเวีย และถึงแม้เราจะรักษามันไม่ได้ แต่เราช่วยบรรเทาอาการได้ค่ะ" นางมิกิ กล่าว


http://hilight.kapook.com/view/131725

Saturday, January 16, 2016

หลอนกันถ้วนหน้า ! เจอผีขยำศีรษะในรีสอร์ท หมอนมีคราบเลือด-เจอรอยถูกฟัน




            หลอนสุด ๆ เมื่อเจอผีขยำหัวในรีสอร์ท สุดช็อกเจอคราบเลือดดวงโตบนหมอน แถมมีรอยถูกฟัน เล่นเอาสะพรึงทั้งโซเชียล

             เกิดเป็นเรื่องสยองที่สร้างความหลอนให้แก่คนในโลกออนไลน์ไปตาม ๆ กัน หลังเมื่อวานนี้ (15 มกราคม 2559) เฟซบุ๊ก Narawut Jimmy Jai Sawatdiwet ได้นำเหตุสุดสะพรึงจากการเข้าพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในสระบุรี ออกมาบอกเล่าให้ได้ฟังกัน โดยระบุว่า ในขณะที่เขาเข้าพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ซึ่งภายในห้องมี 3 เตียง โดยเขากับเพื่อนร่วมห้องได้เลือกเว้นที่นอนตรงกลางไว้เพราะนอนกันแค่ 2 คน แต่แล้วในเวลาประมาณ 04.00 น. เขาก็รู้สึกเหมือนมีคนมานอนชนหลัง เมื่อพลิกตัวไปดูก็เห็นมีผู้ชายนอนอยู่เตียงกลาง ยังนึกว่าเพื่อนร่วมห้องกลิ้งมาไกลจัง เลยหลับตาจะนอนต่อ

             แต่ในจังหวะที่กำลังจะหลับนั้นเองก็รู้สึกเหมือนมีคนเอามือใหญ่ ๆ มาลูบหน้า จึงรีบพลิกตัวกลับหลังไปดู ก็เห็นเพื่อนนอนอยู่ที่เดิม ห่างจากตัวเขาประมาณ 3 เมตร ทำให้เขาตื่นในทันที แถมแอร์ยังเสียมีเสียงดังลั่น พอเช้าแล้วเขาจึงเล่าเรื่องให้คนอื่น ๆ ฟังและจะย้ายห้อง แต่เนื่องจากอีกห้องไม่มีหมอนเลยเดินกลับมาเอาหมอนในห้องเดิม 

             โดยไม่คาดคิดเลยว่าในตอนที่ถอดปลอกหมอนนั้นเองจะพบกับภาพสุดช็อก เมื่อหมอนของเขามีเลือดติดเป็นดวงใหญ่ แถมมีรอยฟันจากของมีคมอีกด้วย


               งานนี้ทำเอาชาวเน็ตขนลุกและได้แชร์เรื่องดังกล่าวออกไปกว่า 5 พันครั้ง พร้อมใจกันบอกเลยว่าหลอนกันสุด ๆ และยิ่งหลอนเข้าไปใหญ่เมื่อคิดว่าทางรีสอร์ทสกปรกสุด ๆ  กล้านำหมอนแบบนี้มาให้ลูกค้านอนต่อกัน






ภาพจาก เฟซบุ๊ก Narawut Jimmy Jai Sawatdiwet
http://hilight.kapook.com/view/131702

Thursday, January 14, 2016

พบฟอสซิลจระเข้มหึมาใต้ทะเลทราย ยาวน่าสะพรึงกว่า 10 เมตร !!




          พบฟอสซิลจระเข้ดึกดำบรรพ์ มา คิโมซอรัส เร็กซ์ ในทะเลทราบซาฮารา ขนาดใหญ่น่าสะพรึง ยาวเกือบ 10 เมตร มีชีวิตเมื่อ 130 ล้านปีที่แล้ว หน้าตาคล้ายคลึงจระเข้ปัจจุบัน แต่ปากเล็กแคบกว่า

          เว็บไซต์ฟ็อกซ์นิวส์ เผยการค้นพบฟอสซิลจระเข้ดึกดำบรรพ์ในรายงานวันที่ 11 มกราคม 2559 ซึ่งถูกค้นพบที่ส่วนปลายของทะเลทรายซาฮารา ในพื้นที่ประเทศตูนิเซีย โดยจระเข้ดึกดำบรรพ์ที่ขุดพบนั้นเป็นสายพันธุ์อาศัยในทะเล ชื่อว่า "มาคิโมซอรัส เร็กซ์" (Machimosaurus rex) มีขนาดลำตัวยาว 32 ฟุต (ประมาณ 9.75 เมตร) ใหญ่กว่าจระเข้ในปัจจุบันถึง 2 เท่า เพียงแค่ส่วนกะโหลกศีรษะก็มีขนาดใหญ่กว่า 1.5 เมตรแล้ว และประเมินว่าเมื่อมีชีวิตอยู่ น่าจะมีน้ำหนักตัวถึง 3,000 กิโลกรัม (3 ตัน) เลยทีเดียว


           แต่นอกจากเรื่องขนาดตัวที่ใหญ่โตผิดกับจระเข้ยุคปัจจุบันแล้ว รูปพรรณสัณฐานอื่น ๆ ก็ไม่มีอะไรแตกต่างกันมาก นอกเสียจากส่วนปากที่มีลักษณะเล็กแคบกว่า ซึ่งเอื้อต่อการว่ายและใช้ชีวิตในน้ำ โดยมาคิโมซอรัส เร็กซ์ มีชีวิตอยู่เมื่อราว 130 ล้านปีก่อน ในบริเวณซึ่งเคยเป็นมหาสมุทรที่แยกทวีปแอฟริกาและยุโรปออกจากกัน

          เฟดเดอริโก ฟานติ นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยโบโลญญา หนึ่งในทีมที่ขุดค้นพบที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันเนชั่นแนลจีโอกราฟิก เพื่อการวิจัยและสำรวจ เผยว่า พื้นที่ที่พบมันในประเทศตูนิเซีย น่าจะเคยเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่ประชิดมหาสมุทร และเป็นแหล่งอาศัยของเต่าและปลาขนาดใหญ่ อันเป็นอาหารของมาคิโมซอรัส เร็กซ์ เจ้าจระเข้ยักษ์สายพันธุ์นี้ไม่แคล้วต้องเป็นผู้ล่าที่อยู่ลำดับบนสุดของ ห่วงโซ่อาหารนี้อย่างแน่นอน


          นอกจากนี้ การค้นพบซากฟอสซิลของมาคิโมซอรัส เร็กซ์ ยังบอกให้นักบรรพชีวินวิทยาทราบอีกว่า ข้อสันนิษฐานเดิมที่เคยคิดว่า ตระกูลของจระเข้สายพันธุ์นี้น่าจะสูญพันธุ์ไปแล้วตั้งแต่เหตุการสูญพันธุ์ ครั้งใหญ่ ที่เกิดขึ้นในระหว่างช่วงยุคจูราสสิกสู่ยุคครีเทเชียส เมื่อราว 150 ล้านปีก่อน อาจไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะอายุของฟอสซิลนี้อยู่ที่ราว 130 ล้านปีเท่านั้น แสดงว่ามันอยู่รอดมาได้ และสาเหตุการสูญพันธุ์ที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่และขยายวงกว้างอย่างที่ เคยคิดกัน 

          เฟดเดอริก ยังทิ้งท้ายว่า แม้ การค้นพบนี้จะน่าตื่นเต้น แต่หากเป็นเรื่องวิวัฒนาการของจระเข้แล้วกลับไม่มีข้อมูลอะไรให้ศึกษามาก เท่าไร เนื่องจากนับตั้งแต่อดีตมา จระเข้แทบไม่มีวิวัฒนาการเลย


http://hilight.kapook.com/view/131586