Friday, February 17, 2017

คลิปการแสดงของลิง ความสามารถล้นเหลือหรือทารุณสัตว์




        หลาย ๆ คนอาจจะเคยเห็นการแสดงของสัตว์ตามงานมาแล้วมากมาย แต่คลิปนี้ต้องบอกว่าเจ้าลิงตัวนี้เก่งจริง ๆ สามารถแสดงได้หลายอย่างโดยเฉพาะการขี่มอเตอร์ไซค์ใส่หมวก 

          ทำให้มีคนชมคลิปนี้หลายล้านเลยทีเดียว แต่ถ้ามองอีกมุมก็อาจจะกลายเป็นการทารุณสัตว์หรือไม่ เพราะกว่าลิงจะทำแบบนี้ได้ แน่นอนว่าต้องฝึกอย่างหนักและเจ้าลิงโดนทำร้ายหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้
https://hilight.kapook.com/view/149317

Wednesday, February 15, 2017

สุดสลด...เปิดจดหมายฉบับสุดท้ายจากเด็กที่ถูกรังแก-ข่มขืน ก่อนตัดสินใจจบชีวิต


         เรื่องราวสุดสะเทือนใจ...เด็กสาวถูกกลั่นแกล้งอย่างรุนแรง ถูกทำร้าย-ข่มขืน เขียนจดหมายเพื่อบอกเล่าประสบการณ์โหดร้าย เตือนเด็กทุกคนให้ระวังตัว ก่อนตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง

          ชีวิตของเด็กสาววัยธยมต้นควรจะเป็นชีวิตที่สดใส ร่าเริง ได้พบเจอเพื่อนฝูง และมีความสุขกับชีวิต แต่สิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับ แคสซิดี เทรวาน โลกของแคสซิดีไม่ได้สดใสหรือมีความสุขดังที่ควรจะเป็น มันคือโลกที่มืดมนโหดร้าย เธอถูกเพื่อนร่วมโรงเรียนกลั่นแกล้งมาโดยตลอด จากการรังแกเปลี่ยนเป็นความรุนแรงเกินรับ จนเธอฆ่าตัวตาย

          เรื่องราวน่าสะเทือนใจของแคสซิดีถูกเปิดเผยโดยเว็บไซต์เมโทร เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 บอกเล่าว่า แคสซิดีเป็นเด็กสาวชาวเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เธอตกเป็นศูนย์กลางการรุมกลั่นแกล้งตั้งแต่อายุแค่ 13 ปีเท่านั้น กลุ่มเด็กผู้หญิงที่โรงเรียนรุมรังแกเธออย่างโหดร้าย ทั้งด่าทอต่อว่าบนโลกโซเชียลไปจนถึงทำร้ายร่างกาย เด็กผู้หญิงเหล่านั้นตบหน้าแคสซิดีและยังตามไปทำลายข้าวของที่บ้านพ่อแม่ของเธอ


          ความเลวร้ายทั้งหมดนี้เกินกว่าที่เด็กสาวตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะรับได้ โดยในปี 2556 แคสซิดีก็ไม่สามารถทนการรุมกลั่นแกล้งได้อีกต่อไป เธอหยุดเรียนไปตลอดทั้งเทอมและไปเข้ารับการบำบัดเพื่อรักษาสภาพจิตใจ ในช่วงที่การบำบัดของใกล้สิ้นสุดลงนั้น กลุ่มเด็กสาวที่เคยรังแกก็ติดต่อมาหาแคสซิดี พวกเธอขอโทษสำหรับเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นและชวนแคสซิดีไปเที่ยวงานเทศกาล เธอตกลงไปด้วย และไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นกับเธอ

          แคสซิดีไม่ได้ไปเที่ยวงานเทศกาลดังที่หวัง เธอถูกกลั่นแกล้งอีกครั้ง และครั้งนี้มันเลวร้ายกว่าทุกครั้งที่เคยเจอมา แคสซิดีถูกพาไปเจอเด็กหนุ่มหลายคนที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน  เด็กหนุ่มพวกนี้รุมข่มขืนเธอในขณะที่พวกเด็กสาวนั่งมองดู แม่ของแคสซิดีไปแจ้งตำรวจหลังจากนั้น แต่แคสซิดีปฏิเสธที่จะให้การเพราะเธอหวาดกลัวมาก เธอกลัวว่าเด็กสาวพวกนั้นจะกลับมาทำร้ายเธออีกครั้ง สุดท้ายคดีนี้ก็ตกไปเพราะไม่มีพยานหลักฐานที่เพียงพอ

          เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 2 ปีจากนั้น แคสซิดีก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ก่อนที่แม่ของเธอจะพบจดหมายฉบับหนึ่งในคอมพิวเตอร์ของเธอ มันคือจดหมายที่แคสซิดีเขียนเอาไว้ก่อนที่เธอจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง เนื้อหาของจดหมายอธิบายถึงความรู้สึกของเด็กสาวผู้น่าสงสารและความโหดร้ายของการถูกกลั่้นแกล้ง แต่ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่เธอก็ไม่ได้ต้องการแก้แค้นคนที่ทำร้ายเลยเลยสักนิด


สำหรับเนื้อหาในจดหมาย มีดังนี้

          "ฉันชื่อแคสซิดี และฉันถูกข่มขืน ฉันเป็นนักเรียนของโรงเรียน (ไม่มีการเปิดเผยชื่อโรงเรียน) คนที่ข่มขืนเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับฉัน และพวกเขายังคงไปเรียนอยู่ทุกวัน ฉันรู้ดีว่าสิ่งที่ฉันบอกมันดูเหมือนคนที่ต้องการเรียกร้องความสนใจ แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น

          การที่ฉันเขียนจดหมายฉบับนี้เป็นเพระาฉันมีเหตุผล และฉันก็กำลังจะอธิบายให้ฟัง

          จุดประสงค์ของฉันคือ ฉันอยากเตือนนักเรียนทุก ๆ คนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉัน (รวมทั้งผู้ปกครองด้วย) ฉันกลัวว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้กับคนอื่นที่เป็นเหมือนฉัน ถ้าพวกเขากลั่นแกล้งฉันได้ ก็สามารถทำแบบนี้กับคนอื่นได้เช่นกัน

          พวกเธอทุกคนต้องเข้มแข็งให้มาก ๆ นะ ต้องช่วยกันหยุดยั้งเรื่องนี้ คนที่ทำร้ายฉันคือนักเรียนจาก (ไม่ระบุ) ถึงแม้ว่ามันยากที่จะเชื่อ แต่มันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับฉัน (เรื่องที่เกิดขึ้นจริง ๆ มันไม่เหมือนเรื่องที่เธอได้ยินเขาพูดกันในโรงเรียนหรอกนะ)

          สำหรับคนที่ข่มขืนฉัน คนที่กลั่นแกล้งฉัน คนที่ทำให้ฉันถูกข่มขืน ฉันไมได้ต้องการแแก้แค้นพวกเขา ฉันแค่ต้องการอยากมาเตือนทุก ๆ คน โรงเรียนแห่งนี้ซึ่งมีนักเรียนมากกว่า 1,500 คน มีตั้งแต่อายุ 7-12 ปี ฉันไม่ต้องการให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับคนอื่นอีก ฉันมาเตือนเพราะว่าหลังจากที่เกิดเรื่องขึ้น ไม่มีเจ้าหน้าที่โรงเรียนคนไหนมาช่วยเหลือฉันเลย (ฉันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในภายหลังให้พวกเขาฟัง)

          ตอนนี้ หน้าที่ของฉันคือการเตือนภัยทุกคน และอยากให้ทุกคนระวังตัวเอาไว้ให้มาก ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นกับฉัน มันคือเรื่องจริง พวกเธอรู้อะไรไหม ? เรื่องมันผ่านไป 1 ปีครึ่งแล้ว แต่ยังมีคนพูดถึงเรื่องนี้กัน ฉันได้รับข้อความบนเฟซบุ๊กจากเด็กที่ฉันไม่รู้จัก พวกเขาด่าฉัน ถึงแม้ว่าฉันย้ายโรงเรียนและย้ายบ้านหนีไปแล้ว ก็ยังมีคนพวกนี้ตามมาหลอกหลอนและกลั่นแกล้งฉัน

          ฉันไม่สามารถห้ามไม่ให้ผู้คนพูดถึงข่าวลือผิด ๆ ได้ ฉันห้ามใครไม่ได้  แต่อย่างน้อย ฉันก็หวังว่าความจริงจะถูกเผยแพร่ออกไป และผู้คนจะได้พูดถึงเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเสียที ฉันขอย้ำอีกครั้ง ฉันขอเตือนทุกคนจากใจ จงระวังกลุ่มเด็กพวกนั้น พวกเขาอันตรายมาก

          จำเอาไว้นะ ถ้ามีใครแกล้งขึ้นมาล่ะก็ จงอย่ายอม ! สู้พวกมัน ! เชื่อฉันเถอะและพวกเธอจะไม่มานั่งเสียใจอย่างที่ฉันเป็น พวกเธอทำได้ !

          ขอให้พวกเธอระวังตัวอยู่เสมอ ขอให้พวกเธอทุกคนปลอดภัย "


ภาพจาก เฟซบุ๊ก Cassidy Trevan, In loving memory of Cassidy Celeste Trevan
https://hilight.kapook.com/view/149231


Tuesday, February 14, 2017

สาวสูญเสียความทรงจำ จำไม่ได้แม้ชื่อคนรัก แต่สุดท้ายก็ยังตกหลุมรักเขา...อีกครั้ง




          เปิดเรื่องราวของหญิงสาวผู้สูญเสียความทรงจำ จำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตัวเอง แฟนหนุ่มของเธอกลายเป็นคนแปลกหน้าที่เธออึดอัดใจ แต่สุดท้ายแล้วด้วยความดีที่เขามี ทำให้เธอตกหลุมรักเขาอีกครั้ง

          ในชีวิตคนเรานั้น เราจะสามารถตกหลุมรักได้กี่ครั้ง ? มันอาจจะเป็นคำถามที่ตอบยาก บางคนอาจจะสามารถตกหลุมรักได้หลายครั้ง บางคนอาจจะได้แค่ครั้งเดียว เมื่อรักแล้วก็รักไปทั้งชีวิต แต่สำหรับหญิงสาวคนนี้ เธอตกหลุมรักผู้ชายคนเดิมถึง 2 ครั้ง มันอาจจะฟังดูยากที่จะเชื่อ แต่มันคือเรื่องจริง และสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเธอสูญเสียความทรงจำ


          หญิงสาวคนนี้มีชื่อว่า เจส ชาร์แมน เรื่องราวของเธอถูกเปิดเผยโดยเว็บไซต์เมโทร เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 ระบุว่า เจสเป็นสาวน้อยวัย 19 ปี ที่ต้องพบกับเรื่องที่เลวร้าย เธอสูญเสียความทรงจำแทบทั้งหมด จำหน้าคนในครอบครัวไม่ได้  แม้แต่แฟนหนุ่มที่คบหากันมานาน 5 เดือนอย่าง ริชาร์ด ก็กลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเธอ แต่ถึงกระนั้น ริชาร์ดก็ไม่หนีไม่ไหน ยังคงอยู่เคียงข้างและดูแลเจสถึงแม้ว่าเธอจะจำเขาไม่ได้ก็ตาม

          เจสมีอาการป่วยเป็นโรคลมชักมาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งส่งผลต่อความทรงจำของเธอ แต่มันไม่ได้เลวร้ายและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต จนมาถึงวันที่ 3 มีนาคม 2559 ในขณะที่เธอกำลังนั่งรถไฟใต้ดินไปทำงานอยู่นั้น โรคลมชักกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง เจสเป็นลมหมดสติไป ริ
ชาร์ดเป็นคนอุ้มเธอขึ้นมาและพาเธอไปส่งถึงที่ทำงาน เมื่อเจสฟื้นขึ้นมา เธอก็เห็นสมาชิกในครอบครัวนั่งรายล้อมเธออยู่ แต่เธอจำพวกเขาไม่ได้เลย เธอลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นใคร จำใครไม่ได้ ไม่รู้เลยว่าตัวเองมาจากไหน ชอบหรือไม่ชอบอะไร จำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตัวเธอเอง

          "ฉันเจอผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหา เธอคือแม่ของฉันเอง แต่ฉันจำเธอไม่ได้เลยสักนิด แม่วางมือบนเข่าของฉัน แต่ฉันปัดมือของเธอออก เพราะในความรู้สึกของฉันตอนนั้น เธอคือคนแปลกหน้าไปแล้ว" เจส กล่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แม่ของเจสเปิดรูปในโทรศัพท์มือถือให้เจสดูเพื่อเป็นการยืนยันว่าเธอคือแม่ของเจสจริง ๆ แต่เจสไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองหน้าตาเป็นยังไง เธอต้องส่องกระจกเทียบดูให้แน่ชัดว่าเธอคือคนในรูปจริง ๆ ก่อนจะตกลงเดินทางกลับบ้านไปพร้อมกับแม่

          เหมือนกับว่าต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง เธอต้องทำความรู้จักกับทุกคนใหม่ทั้งหมดและค่อย ๆ ปรับตัวให้ชินว่านี่คือคนในครอบครัวของเธอ แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือความสัมพันธ์กับริชาร์ด แฟนหนุ่มของเธอ ตอนที่เจสเห็นหน้าเขาครั้งแรก เธอก็รู้สึกว่าไม่ชอบเขาเอาซะเลย ด้วยความที่ทั้งคู่เป็นแฟนกันและเจสก็จำเป็นต้องรื้อฟื้นความทรงจำ ทุกคนจึงให้เจสใช้เวลาอยู่กับริชาร์ด ซึ่งเจสเกลียดมันมาก


         "พวกเขาทิ้งให้ฉันอยู่กับริชาร์ด ฉันไม่ชอบเลยสักนิด เขาพาฉันไปโน่นไปนี่ บอกว่าเป็นที่ที่เราชอบไปด้วยกัน แต่ฉันไม่อยากไปเลย ฉันไม่อยากทำอะไรกับเขาทั้งนั้น ตอนที่เขาจับมือฉัน ฉันก็ปัดมันออกทันที" เจสกล่าวถึงริชาร์ด และเธอกล่าวอีกว่าเธอมองไม่เห็นอนาคตในความสัมพันธ์นี้เลย และรู้สึกอึดอัดใจอย่างมาก

          ถึงแม้ว่าเจสจะแสดงท่าทีต่อต้านเขาอย่างมาก แต่ริชาร์ดก็ไม่ละทิ้งความพยายาม เขาอยากให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง จนกระทั่งเวลาผ่านไป 2 สัปดาห์ เจสก็เริ่มใจอ่อนและคลายความอคติลง เธอตกลงจะเดทกับเขา แต่ไม่รับปากว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์ไปเป็นแฟน

          ริชาร์ดทำตัวเหมือนริชาร์ดคนเดิมสมัยที่ยังคบกัน เขาห่วงใยเจสมากและดูแลเอาใจใส่เธอทุกอย่าง และเมื่อเวลาผ่านไป เจสก็ตกหลุมรักเขาอีกครั้ง แต่มันก็ยังมีเรื่องที่ต้องกังวล โดยหมอบอกว่าความทรงจำของเจสอาจจะกลับมาได้ในระยะเวลา 6 เดือน แต่มันก็แปลว่าเธออาจจะต้องสูญเสียความทรงจำชุดใหม่นี้ไปอีกครั้ง เจสจึงกลัวมาก

  
          จนกระทั่งเวลาผ่านไป 6 เดือน ความทรงจำชุดเก่าของเจสก็ยังไม่ฟื้นคืนกลับมา ถึงแม้ว่าทุกอย่างมันจะยากมากเธอต้องปรับตัวเข้ากับทุกคนรวมถึงงานที่เธอทำ เธอยังคงมีปัญหาหลงลืมในระยะสั้น เช่น ลืมว่าเธอเพิ่งคุยกับใครไปหรือลืมว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่เจสก็ยังฮึดสู้และมองไปข้างหน้า เธอมีครอบครัวที่น่ารัก และมีริชาร์ดคอยอยู่เคียงข้าง ให้กำลังใจในยามที่เธอลำบาก  

          "ถึงแม้ว่าฉันจะจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปีที่แล้วไม่ได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตอนนี้ค่ะ ความทรงจำมันหายไป ฉันก็สร้างมันขึ้นมาใหม่ได้ ริชาร์ดอยู่เคียงข้างฉันเสมอ ตอนนี้เขามาดูแลฉันที่บ้าน ความสัมพันธ์ของเราพัฒนาขึ้นมากและฉันก็รักเขามากขึ้นทุกวัน การที่มีเขาอยู่ตรงนี้ ฉันโชคดีเหลือเกินค่ะ" เจส กล่าว

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Jess Sharma, Richard Bishop
https://hilight.kapook.com/view/149181