Sunday, May 31, 2020

ไปดูเจ้าตูบหน้าแปลก จมูกยาวกว่าไม้บรรทัด จนได้ชื่อว่า สุนัขจมูกยาวที่สุดในโลก

ภาพจาก Instagram eriszoi
          
             ไปรู้จัก เจ้าตูบหน้าแปลก มีจมูกยื่นยาว ยาวกว่าไม้บรรทัด จนได้รับการขนานนามว่า เป็นสุนัขที่จมูกยาวที่สุดในโลกขณะนี้ แฟนคลับเพียบเลย

            - เจ้าตูบตัวนี้มีชื่อว่าเอริส (Eris) เป็นสุนัขพันธุ์บอร์ซอย อายุ 2 ปี อาศัยในรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา

            - ตอนนี้ เอริส กำลังเป็นที่โด่งดังในโซเชียลมีเดีย ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นพิเศษจากตัวอื่น ๆ นั่นคือ จมูกยื่นยาวแบบสุด ๆ ยาวถึง 31 เซนติเมตร

            - ด้วยความพิเศษนี้ ทำให้มันได้รับความสนใจมากมาย จนได้รับการขนานนามว่า เป็นสุนัขที่จมูกยาวที่สุดในโลก




ภาพจาก Instagram eriszoi
   
            - ลิลลี แคมโบเรียน เจ้าของเจ้าเอริส เผยว่า เจ้าเอริสและพี่น้องครอกเดียวกัน มีฟันที่เหยินยาวผิดปกติมาตั้งแต่ตอนเล็ก ๆ แต่ของเอริสจะยื่นออกมามากกว่าตัวอื่น 

            - ตอนแรกมีหลายคนเตือนว่า เจ้าเอริสอาจจะต้องเผชิญปัญหาเกี่ยวกับฟัน ฟันของมันอาจจะทิ่มแทงเข้าไปที่เหงือกได้ แต่จนถึงตอนนี้มันก็ยังไม่เป็นปัญหาอะไร

            - ลิลลีดูแลเอริสอย่างเอาใจใส่ใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกิน หรือจมูก ซึ่งเจ้าเอริสชอบยื่นจมูกยาว ๆ ไปตามซอกต่าง ๆ หรือเอาขึ้นมาเกย



ภาพจาก Instagram eriszoi

            -  แม้ลักษณะภายนอกจะดูประหลาด แต่มันเป็นสุนัขที่จิตใจดี เฟรนด์ลี่มาก ๆ ทุกครั้งที่พาไปเดินเล่น คนที่เดินผ่านมักหยุดทักทายด้วยความสนใจและสงสัย ซึ่งเอริสก็ไม่เคยแสดงท่าทีไม่เป็นมิตรใส่ 

            - ตำแหน่งสุนัขจมูกยาวที่สุดในโลกของเจ้าเอริส ยังไม่เป็นทางการ เพราะลิลลียังไม่ได้ดำเนินการเรื่องบันทึกสถิติแบบจริงจัง แต่เชื่อว่ามันจะสามารถครองตำแหน่งได้ไม่ยาก 



ภาพจาก Instagram eriszoi

            ที่แน่ ๆ ตอนนี้ เอริส ขึ้นแท่นเจ้าตูบเซเลบ เป็นหนึ่งในขวัญใจชาวโซเชียลไปแล้ว ล่าสุดมีผู้ติดตามความน่ารักของมันในอินสตาแกรมมากกว่า 180,000 ฟอลโลเว่อร์


ภาพจาก Instagram eriszoi


ภาพจาก Instagram eriszoi


ภาพจาก Instagram eriszoi


ภาพจาก Instagram eriszoi


ภาพจาก Instagram eriszoi


ภาพจาก Instagram eriszoi


ภาพจาก Instagram eriszoi

ภาพจาก Instagram eriszoi


ภาพจาก Instagram eriszoi


ภาพจาก Instagram eriszoi

ภาพจาก Instagram eriszoi

ขอบคุณข้อมูลจาก Odditycentral
https://pet.kapook.com/view226725.html

Thursday, May 28, 2020

ภาพการขุดพบชวนทึ่ง พื้นโมเสกสมัยโรมโบราณ ถูกรักษาไว้อย่างดี ความงามที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน

ภาพจาก Comune di Negrar di Valpolicella

นักโบราณคดีทึ่ง ขุดพบพื้นโมเสกสมัยโรมโบราณ ถูกรักษาไว้อย่างดี ความงดงามที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน ชี้ใช้เวลาเกือบร้อยปีกว่าจะขุดพบ หลังเคยเจอวิลลาโบราณในพื้นที่ดังกล่าว


วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า นักโบราณคดีเผยการค้นพบที่น่ายินดี หลังประสบความสำเร็จในการขุดพบพื้นโมเสกที่สวยงามโดดเด่น ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ไร่องุ่นในเมืองเวโรนา แคว้นเวเนโต ทางตอนเหนือของอิตาลี โดยพื้นโมเสกดังกล่าวถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีใต้ผืนดินแม้เวลาจะล่วงเลยมาแสนนาน นับจากยุคโรมโบราณ
ภาพจาก Comune di Negrar di Valpolicella

       การค้นพบดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีการขุดพบซากวิลลาโบราณในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อเกือบศตวรรษที่ผ่านมา โดยจากภาพที่ทางเมืองนำมาเปิดเผย เราจะได้เห็นแพทเทิร์นของกระเบื้องโมเสกที่มีความซับซ้อนและมีสีสันสดใส

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @DapperHistorian

เจ้าหน้าที่ยังเผยว่า "หลังผ่านความพยายามที่ล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วนตลอดหลายสิบปี ในที่สุดนักโบราณคดีก็ค้นพบส่วนหนึ่งของพื้นและฐานของวิลลาโรมัน ในพื้นที่ตอนเหนือของอิตาลี ที่นักวิชาการค้นพบเมื่อเกือบศตวรรษที่ผ่านมา"

ทั้งนี้ จุดหมายของทีมงานในตอนนี้คือการระบุขอบเขตที่แน่นอน และตำแหน่งของโครงสร้างโบราณนี้ อย่างไรก็ตามสำหรับการเปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้นั้น คงยังไม่สามารถทำได้ในเร็ว ๆ นี้ โดยจะต้องมีการรวบรวมทรัพยากรที่สำคัญเสียก่อน

ขอบคุณข้อมูลจาก ซีเอ็นเอ็น 



Thursday, April 23, 2020

ตูบนั่งเหงา เฝ้าชะเง้อรอเจ้าของมา 6 เดือน แม้อากาศหนาว -30 องศา ก็ยังไม่ยอมไปไหน

ภาพจาก chany.gorsite.ru

ตูบนั่งเหงา เฝ้าชะเง้อรอเจ้าของมา 6 เดือน แม้อากาศหนาว -30 องศา ก็ยังไม่ยอมไปไหน จนตอนนี้ในที่สุดก็ได้รับความอบอุ่นจากคนใจดี ที่พร้อมมอบบ้านใหม่ให้

ภาพของเจ้าตูบตัวหนึ่ง ที่ยืนกรานจะปักหลักเฝ้ารอเจ้านายของมันอยู่บริเวณป้ายรถเมล์ หลังถูกนำมาทิ้งไว้ยังพื้นที่ชนบทห่างไกลในเมืองโนโวซีบีร์สค์ ของรัสเซีย ได้กลายมาเป็นภาพสะเทือนใจแก่ผู้พบเห็น แต่ไม่ว่าชาวบ้านจะพยายามเข้าไปจับตัวมันออกมาจากพื้นที่ข้างถนนอย่างไร มันก็ยังไม่ยอมไปไหน ขอรออยู่ตรงจุดที่ถูกนำมาทิ้ง ด้วยความหวังว่าสักวันเจ้านายที่รักจะหวนมารับมันกลับบ้าน

จากรายงานของเว็บไซต์เดลี่เมล เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2561 เผยว่า เจ้าตูบที่เหงาหงอยถูกนำมาทิ้งไว้ที่ป้ายรถเมล์จุดนี้ตั้งแต่เมื่อ 6 เดือนก่อน ในช่วงฤดูร้อนที่ไซบีเรียยังมีอากาศอบอุ่น ผู้คนที่ได้พบเห็นมันต่างก็อดสงสารไม่ได้ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าคอยหาอาหารมาทิ้งให้มันกินในแต่ละวัน เพราะเจ้าตูบตัวนี้ไม่ยอมขยับไปไหนทั้งนั้น

ด้าน Sabyrgali Baysagurov ชาวนาที่อาศัยในพื้นที่นั้น เผยว่า สุนัขตัวนี้มักจะแสดงท่าทีตื่นเต้นขึ้นมาทุกครั้งที่เห็นรถยนต์สีเทาขับผ่าน มันจะรีบวิ่งไล่ตามไป ก่อนจะกลับมาอย่างสิ้นหวังทุกครั้ง คาดว่าเจ้าของเก่าของมันคงจะมีรถยนต์สีเทา

ที่ผ่านมาเคยมีชาวบ้านหลายคนพยายามเข้ามาจับมันออกไปจากข้างถนน แต่ก็ทำได้ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเวลาผ่านไป จากอากาศอันแสนอบอุ่นก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสภาพอากาศหนาวเย็นจับใจ แต่สุนัขตัวนี้ก็ยังคงไม่ยอมไปไหน มันไม่ยอมเข้าไปหลบในบ้านสุนัขที่มีคนนำมาวางให้ แต่เลือกที่จะนอนบนฟางหญ้า และยังคอยชะเง้อมองรถที่ผ่านไปผ่านมา ด้วยความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าจะได้เห็นเจ้านายมันอีกครั้ง

ภาพจาก chany.gorsite.ru

เวลาผ่านไปจนขณะนี้ พื้นที่ดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นถึง -30 องศาเซลเซียส สภาพอากาศเช่นนี้อาจทำให้ผู้คนถึงกับแข็งตายได้ แม้แต่อาหารที่นำไปวางให้สุนัขตัวนี้ ก็ยังถูกแช่แข็งตั้งแต่ก่อนที่มันจะได้กิน นั่นทำให้ชาวบ้านรู้สึกกังวลมากขึ้นทุกที กลัวว่าสุนัขตัวนี้จะไม่รอดชีวิตจากฤดูหนาวแสนโหดร้าย

กระทั่งในที่สุดก็มีสื่อท้องถิ่นนำเรื่องของมันมารายงาน พร้อมยกให้เป็น ฮาจิโกะแห่งรัสเซีย โดยอ้างอิงตำนานสุนัขฮาจิโกะของญี่ปุ่น ที่เฝ้ารอเจ้านายอย่างซื่อสัตย์เป็นเวลานานถึง 9 ปี ไม่ยอมไปไหน และจากรายงานนี้เองทำให้ในที่สุดความช่วยเหลือก็มาเยือน เมื่อกลุ่มองค์กรช่วยเหลือสัตว์ได้ยอมขับรถเดินทางไกลร่วม 402 กิโลเมตร เพื่อมารับสุนัขตัวนี้

ด้าน อเล็กซี่ อาสาสมัครช่วยเหลือสุนัข เล่าว่า พวกเขารีบมายังป้ายรถเมล์แห่งนี้หลังจากได้อ่านเรื่องราวของมัน อย่างไรก็ตามเจ้าตูบตัวนี้ยังไม่ยอมเชื่อใจพวกเขา ไม่ต้องการให้พวกเขาเข้าใกล้ ซึ่งพวกเขาเองก็ต้องใช้ความพยายามหาวิธีต่าง ๆ เข้าไปตีสนิทกับมัน จนในที่สุดหลังจากเล่นไล่จับกันอยู่พักใหญ่ อิริน่า อาสาสมัครอีกคนหนึ่ง ก็สามารถโยนผ้าห่มไปคลุมร่างของสุนัขตัวนี้ และนำตัวมันขึ้นมาบนรถได้สำเร็จ


จากนั้นอาสาสมัครทั้ง 2 คน ก็ช่วยกันทำให้สุนัขได้รับความอบอุ่น ซึ่งหลังจากสัมผัสได้ถึงความปรารถนาดีจากทั้ง 2 คน สุนัขตัวนี้ก็แสดงท่าทีเป็นมิตรกับพวกเขามากขึ้น

"ฉันชื่นชมในความซื่อสัตย์ของสุนัขตัวนี้ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราจะได้เห็นจากผู้คนเสมอไป" 
อิริน่า กล่าว

และแล้วในที่สุด อิริน่าก็ตัดสินใจที่จะเป็นผู้มอบบ้านหลังใหม่ที่แสนอบอุ่นแก่สุนัขตัวนี้ ให้ได้อาศัยอยู่ร่วมกับแก๊งเพื่อน 4 ขา เป็นสุนัขพันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด 1 ตัว และแมวเหมียวอีก 2 ตัว ซึ่งหลังจากนี้มันก็คงจะไม่ต้องเหงาอีกต่อไป นับเป็นการเริ่มต้นช่วงเวลาคริสต์มาสที่ดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับบ้านหลังนี้


Wednesday, April 8, 2020

แพนด้าในสวนสัตว์ฮ่องกงกอดกันกลม ผสมพันธุ์ครั้งแรกในรอบ 10 ปี หลังล็อกดาวน์


           เผยภาพ แพนด้าในสวนสัตว์ฮ่องกงกอดกันกลม ขึ้นผสมพันธุ์เองตามธรรมชาติครั้งแรกในรอบ 10 ปี หลังทางการประกาศล็อกดาวน์ช่วงโควิด 19 ไร้คนเยือนสวนสัตว์


            วันที่ 7 เมษายน 2563 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยเรื่องราวพร้อมโมเมนต์ประทับใจจากสวนสัตว์โอเชียนปาร์ก (Ocean Park Zoo) ในฮ่องกง เมื่อเล่อเล่อ (Le Le) และอิงอิง (Ying Ying) แพนด้าคู่เพศผู้และเพศเมียประจำสวนสัตว์ ประสบความความสำเร็จ สามารถผสมพันธุ์กันได้เองตามธรรมชาติเป็นครั้งแรก ในรอบนานกว่า 10  ปีโดยทางสวนสัตว์ได้เผยภาพความตื่นเต้นและน่ายินดี เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 7 เมษายน พร้อมแถลงการณ์ระบุว่า ภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนี้ มีขึ้นภายหลังจากทางสวนสัตว์ได้ปิดทำการ ไม่ให้ประชาชนภายนอกเข้าเยี่ยมชมตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19

                ทางเจ้าหน้าที่เผยว่า เล่อเล่อ และอิงอิง มาอยู่ในความดูแลของสวนสัตว์แห่งนี้ตั้งแต่เมื่อปี 2550 แต่มันทั้งสองก็ไม่เคยผสมพันธุ์กันเลย ทางเจ้าหน้าที่จึงพยายามจับคู่ผสมเทียมให้มันเมื่อช่วงปี 2553 แต่ผลที่ออกมาก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนในที่สุดในปีนี้ ทางสวนสัตว์ก็ได้เห็นภาพที่เฝ้ารอคอย และติดตามลุ้นอย่างใจจดใจจ่อให้มีเจ้าแพนด้าตัวน้อยเกิดขึ้น

                ไมเคิล บูส ผู้อำนวยการบริหารการปฏิบัติการและอนุรักษ์สัตว์ของทางสวนสัตว์ กล่าวว่า "กระบวนการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติที่ประสบความสำเร็จในวันนี้ เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับเราทุกคน เนื่องจากโอกาสของการตั้งท้องผ่านการผสมพันธุ์ตามธรรมชาตินั้นสูงกว่าการผสมเทียม"

                ขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่สวนสัตว์กำลังติดตามความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและพฤติกรรมของอิงอิงอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่ามันจะตั้งท้องหรือไม่หลังจากนี้

                สำหรับแพนด้าเป็นสัตว์ที่มีความเสี่ยงสูญพันธุ์สูงมาก ตามการคาดการณ์ของมูลนิธิสัตว์ป่าโลก ระบุว่า ปัจจุบันมีแพนด้าโตเต็มวัยเพียง 1,864 ตัว ที่ยังมีชีวิตอยู่ในป่าทั่วโลก

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Ocean Park Hong Kong
https://hilight.kapook.com/view/201314

Friday, January 3, 2020

เสือ 6 ตัว ถูกทิ้งในบ้านร้าง ใช้ชีวิตในกองอึ-ฉี่ หิวโหยอยู่ในกรงขัง เฝ้ารอวันตาย

ภาพจาก Kiev Police

เสือ 6 ตัว ถูกขังในบ้านร้างในยูเครน พบเคยเป็นสวนสัตว์ส่วนตัว แต่เจ้าของย้ายไปต่างประเทศ ตั้งใจทิ้งเสือให้อดตาย ล่าสุดเสือได้รับการช่วยเหลือแล้ว เจ้าของจ่อเจอคุก

เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2563 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า เอฟเกเนีย โปรโกเปนโค นักกฎหมายและนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสัตว์ชาวยูเครน และทีมงานของเธอ ได้ช่วยเหลือ เสือโคร่ง 6 ตัว ที่ถูกขังเอาไว้ภายในบ้านร้างแห่งหนึ่ง

ภาพจาก Kiev Police

เสือเหล่านี้เคยใช้จัดแสดงในสวนสัตว์ส่วนตัวที่เปิดเป็นคลับ แต่เจ้าของได้ทิ้งพวกมันไว้ โดยจับขังเอาไว้ในกรงและล็อกกุญแจไม่ให้ออกมาได้ เพราะตั้งใจทิ้งให้พวกมันหิวจนตาย

เอฟเกเนี ยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเหล่าเสือดังกล่าว หลังจากชาวบ้านพูดกันว่าได้ยินเสียงเสือร้องและคำรามดังออกมาจากบ้านหลังหนึ่ง บนพื้นที่เกาะวอดนิคอฟ ในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศยูเครน เธอจึงตัดสินใจเดินทางลงไปตรวจสอบ

ภาพจาก Kiev Police

บ้านหลังดังกล่าวอยู่ในสภาพเก่าคร่ำคร่า มีป้ายติดไว้ว่า "Tiger" มีการล้อมกรงเอาไว้ และด้านในมีเสือเดินไปเดินมา ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็นมาก

จากคลิปวิดีโอที่เอฟเกเนียแชร์ลงบนเฟซบุ๊ก จะเห็นได้ว่าเสือเหล่านี้มีท่าทางคุ้นเคยกับคน และไม่กลัวคน เพราะพวกมันมีท่าทีกระตือรือร้นมากเมื่อเห็นเอฟเกเนีย คล้ายกับว่าดีใจและรับรู้ว่ามีคนมาช่วยเหลือ ซึ่งเมื่อเธอยื่นมือเข้าไปใกล้ ๆ กับกรง เสือก็ยืนหัวมาถูคลอเคลียด้วย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Evgenia  Prokopenko

"พวกเราได้รับแจ้งให้มาที่นี่ หลังจากชาวบ้านบอกว่ามีเสือในบ้านหลังนี้ และส่งเสียงร้องรบกวนชาวบ้านตอนกลางคืนจนไม่ได้หลับได้นอน พอมาถึง พวกเราเจอเสือ 6 ตัว ทุกตัวอยู่ในสภาพย่ำแย่มาก

กรงภายในบ้านหลังนี้สร้างขึ้นมาอย่างลวก ๆ สภาพเรียกได้ว่าเลวร้ายและสกปรกมาก เสือวัยรุ่น 3 ตัว อัดกันอยู่ในกรงขนาด 8 ตารางเมตร พวกมันจมอยู่ในกองโคลนและของเสียของตัวเอง ไม่มีพื้นที่แห้งตรงไหนเลย" เอฟเกเนีย กล่าว

ภาพจาก Kiev Police

ส่วนเสืออีก 3 ตัว ที่เหลือ ตัวหนึ่งอายุมากแล้ว ถูกยังในกรงแคบ ๆ ขนาด 3 ตารางเมตร ส่วนอีก 2 ตัว อยู่ในกรงที่ใหญ่กว่านั้นเล็กน้อย เสือทั้ง 6 ตัวต่างหิวโหยและกระหายน้ำ พวกมันไม่มีอะไรให้กิน ไม่มีน้ำให้ดื่ม ได้แต่หาเลียน้ำจากพื้นกินเพื่อประทังชีวิต

เอฟเกเนีย ได้แจ้งตำรวจหลังจากนั้น ซึ่งตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง พวกเขาพบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจตราดูแลพื้นที่อยู่ แต่ไม่มีใครหาอาหารมาให้เสือกิน

ภาพจาก Kiev Police

เยฟเกเนีย รวมทั้งกลุ่มนักอนุรักษ์สัตว์และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว พบว่าเจ้าของสวนสัตว์ร้างดังกล่าวเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่มีชื่อเสียงในยูเครน เขาทิ้งเสือเหล่านี้ไว้ หลังจากที่ตัวเองย้ายไปอยู่ต่างประเทศ

ทางด้านนักข่าวหญิงของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Ukrainskaya Pravda รายงานว่า ตนเองสามารถติดต่อไปหานักธุรกิจรายดังกล่าวได้แล้ว

ภาพจาก Kiev Police

เขาระบุว่า จะเดินทางกลับมายูเครนในวันที่ 3 มกราคม เพื่อจัดการเรื่องนี้ อ้างว่าเสือคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา พร้อมอ้างว่าได้วางแผนเอาไว้แล้วว่าจะส่งมอบเสือทั้ง 6 ตัว ให้กับสวนสัตว์แห่งหนึ่งในเมืองคาร์คอฟ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Evgenia  Prokopenko

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมดำเนินคดีกับนักธุรกิจดังกล่าวในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งเขาอาจต้องโทษจำคุก 3 ปี


Wednesday, December 25, 2019

มีอยู่จริง ! ส่องบ้านซานตาคลอสที่ขั้วโลกเหนือ ตกแต่งทุกอย่างตามแบบฉบับเป๊ะ


       เปิดบ้านซานตาคลอสในขั้วโลกเหนือ อบอุ่น น่าอยู่ ตกแต่งทุกอย่างตามแบบฉบับเป๊ะ เปิดขายแล้วในราคา 23 ล้านบาท

          การเข้าไปเที่ยวในบ้านของซานตาครอสถือเป็นความฝันอีกอย่างหนึ่งของเด็ก ๆ ทั่วโลก ไม่เว้นแม่แต่ผู้ใหญ่หลาย ๆ คนที่ถึงแม้จะไม่รู้ว่าบ้านซานตาจะมีจริงหรือไม่ก็เถอะ จากฉากในหนังแล้ว จะเห็นว่าในบ้านของคุณลุงซานตาใจดีเต็มไปด้วยกล่องของขวัญ กวางเรนเดียร์ และเอลฟ์ตัวน้อยที่ช่วยห่อของขวัญ ขอบอกว่าบรรยากาศแบบนี้มีอยู่จริง ๆ ที่ขั้วโลกเหนือที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1822 และถูกรีโนทเวทใหม่ในปี ค.ศ. 2013 

          บ้านหลังที่ว่านี้เป็นบ้านไม้สุดอบอุ่น ประกอบด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ 232 ตารางเมตร ภายในล้วนตกแต่งด้วยโทนสีเขียว-แดง ไม่ว่าจะเป็นต้นคริสต์มาส มิสเซิลโท (Mistletoe) เตาผิง ผ้าม่าน ผ้าห่ม รวมถึงผ้าปูที่นอนก็ล้วนแต่เป็นสีเขียว-แดง ซึ่งเป็นสีประจำตัวของซานตาครอสทั้งสิ้น นอกจากนั้นแล้วยังมีเตาอบคุกกี้ ห้องทำของเล่นและของขวัญสำหรับเอลฟ์ โต๊ะเขียนแบบตัดเย็บตุ๊กตาหมี คอกกวางเรนเดียร์ และโรงจอดรถเลื่อน เรียกได้ว่ามีทุกอย่างครบเหมือนบ้านซานตาคลอสในหนังเป๊ะ สำหรับราคาของบ้านหลังนี้อยู่ที่ 6.56 แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 23 ล้านบาท 















ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก housebeautiful และ Zillow

Sunday, December 1, 2019

Skukuza Golf Club สนามกอล์ฟสุดแปลกแห่งเดียวในโลก ที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด


พาชมบรรยากาศ Skukuza Golf Club สนามกอล์ฟที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติครูเกอร์ แอฟริกาใต้ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสนามกอล์ฟที่แปลกที่สุดในโลก คงเป็นเพราะสิงสาราสัตว์ต่าง ๆ ที่เข้ามาเยือนสนามกอล์ฟนั่นเอง 


ซึ่งสนามแห่งนี้เปิดเมื่อปี 1972 รองรับการเล่นแบบ 9 หลุม และ 18 หลุม ราคาอยู่ที่ 10 ปอนด์ (ประมาณ 380 บาท) และ 17 ปอนด์ (ประมาณ 660 บาท)









ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Skukuza Golf Club
https://hilight.kapook.com/view/195568