Tuesday, May 30, 2017

ไอเดียเจ๋ง...บ้านริมผาสไตล์รังนกสุดคูล จากสวีเดน จิ๋วแต่แจ๋วแบบมินิมอล




           สถาปนิกสวีเดนออกแบบ NestInBox บ้านหลังเล็กสไตล์มินิมอลสุดเจ๋งได้แรงบันดาลใจมาจากรังนก ไม่ต้องการพื้นที่เยอะ เพราะมันห้อยแขวนอยู่กับหน้าผา !

            เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2560 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า ทีมสถาปนิกจากสวีเดน ได้ผุดไอเดียออกแบบบ้านแนวโมเดิร์นสุดเจ๋งที่ฉีกกฎมุมมองบ้านในแบบเดิม ๆ ที่หลายคนคุ้นเคย บ้านเหล่านี้มีขนาดเล็กกะทัดรัด เน้นประโยชน์ในสอยในทุก ๆ ตารางนิ้ว และที่สำคัญก็คือ มันเป็นบ้านที่ไม่เหมาะกับคนที่กลัวความสูง เพราะมันแขวนติดอยู่ริมหน้าผา !


         มันอาจจะฟังดูเป็นเรื่องเหลือเชื่อ บ้านคนจะไปอยู่ริมหน้าผาได้อย่างไร แต่มันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้  โดยโปรเจคท์บ้านนี้มีชื่อว่า NestInBox มีความหมายตรงตัวว่า บ้านรังนก นั่นเอง โดยมันเป็นบ้านสไตล์มินิมอล 3 ชั้น ขนาด 50 ตารางเมตร เหมาะสำหรับสมาชิก 1-2 คน โดยจะมีห้องทำงาน สตูดิโอ ห้องนอน ห้องครัวเหมือนกับบ้านทั่วไป แต่มันจะติดตั้งห้อยอยู่ริมหน้าผา หรือ ตามพื้นที่สูงซึ่งไม่น่าจะสร้างบ้านได้ โดยจะมีบันไดเชื่อมต่อบ้านแต่ละหลัง

 
            NestInBox เป็นโปรเจคท์ที่ร่วมมือกันระหว่าง โมเดอร์นา ทราฮุส บริษัทรับสร้างบ้านในสวีเดน กับ ทีมสถาปนิกคนเก่ง พอนตุส โอลห์มาน และ เอลิซาเบ็ตตา กาบริเอลลี โดย NestInBox ได้แรงบันดาลใจมาจากการสร้างบ้านของนก ที่มักจะทำรังอยู่ในที่สูง บนต้นไม้ ใต้ก้อนหิน บนพื้น หรือแม้แต่บนชะง่อนผา ซึ่งเมื่อนกสามารถทำได้ มนุษย์ก็ย่อมสามารถทำได้เช่นกัน


           "รังนกมันจะมีขนาดเล็ก ส่วนใหญ่จะเห็นอยู่บนต้นไม้ เราเองก็สามารถสร้างรังนกขนาดใหญ่เป็นของตัวเองได้ โดยจะเป็นรังนกที่มีหลายห้อง มีหน้าต่าง และแม้กระทั่งอุปกรณ์ป้องกันสภาพอากาศ บ้านหลังเหล็ก ๆ เหล่านี้จะมีการคำคำนวนโครงสร้างต่าง ๆ และการรับน้ำหนักเอาไว้ โดยหน้าผาคือตัวเลือกที่ดีเยี่ยม มันเหมาะสำหรับพื้นที่ทางตอนเหนือของสแกนดิเนเวีย และทุกพื้นที่ในโลกที่มีลักษณะเป็นภูเขาและหน้าผา"  ทีมสถาปนิกกล่าวถึงลักษณะบ้านรังนกของพวกเขา

 
            อย่างไรก็ตาม ตอนนี้โปรเจคท์ NestInBox ยังอยู่ในขั้นตอนของการออกแบบ และเป็นเพียงคอนเซ็ปต์ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่มันอาจจะเกิดขึ้นจริงได้ในเร็ว ๆ นี้ เพราะตอนนี้มันถูกลิสต์อยู่ในรายชื่อสุดยอดนวัตกรรมของสวีเดนไปเรียบร้อยแล้ว


ภาพจาก nestinbox.se
https://home.kapook.com/view172365.html

Saturday, April 29, 2017

คู่รักอวดภาพเซลฟี่สุดหวาน แต่สิ่งที่อยู่ในกระจกด้านหลังทำเอาทุกสายตาผงะแรง !




         หนุ่ม-สาวคู่รักโพสต์รูปถ่ายเซลฟี่คู่สุดหวานโชว์โซเชียล แต่ทุกคนกลับโฟกัสสิ่งที่อยู่ในกระจกด้านหลัง ที่ทำเอาทุกสายตาต้องหลอนไปตามกัน

           เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560 เว็บไซต์มิเรอร์ เปิดเผยภาพที่กำลังเป็นกระแสไวรัลแชร์ต่อกันมากมายในโลกออนไลน์ขณะนี้ ซึ่งดูเผิน ๆ อาจจะดูเหมือนภาพของคู่รักทั่ว ๆ ไปที่ได้ถ่ายเซลฟี่มาโชว์ความหวานของทั้งคู่ผ่านทางโซเชียล แต่หลังจากที่หลาย ๆ คนได้เห็นก็มีอันต้องผงะตกใจ จากอารมณ์ที่ดูจะโรแมนติกในภาพ กลายเป็นสยองขวัญขึ้นมาทันตา

 
           โดยในภาพดังกล่าว หนุ่ม-สาวคู่รักได้ยืนโอบกันพร้อมกับใช้ถ่ายเซลฟี่ โดยทั้งคู่ก็ยิ้มแย้มให้กับกล้องตามปกติ แต่เมื่อโฟกัสไปที่กระจกด้านหลังของทั้งคู่ ก็เห็นเป็นใบหน้าของผู้หญิงหันไปกับกระจกด้วยเช่นกัน ซึ่งตรงนั้นแท้จริงแล้วควรจะต้องเป็นผมด้านหลังของเธอ เห็นแล้วชวนให้รู้สึกหลอนแบบสุด ๆ

           โดยหนุ่มเจ้าภาพดังกล่าว เป็นผู้นำภาพนี้มาโพสต์ลงทวิตเตอร์ส่วนตัว พร้อมกับแคปชั่นขำ ๆ ว่า "ผมรักแฟนของผม ถึงแม้ว่าเธอจะมี 2 หน้าก็ตาม" โดยคำว่า 2 หน้า หนุ่มรายนี้ไม่เชิงว่าบอกตรง ๆ แต่ใช้คำว่า "gemini" เป็นภาษาลาติน แปลว่า ฝาแฝด ซึ่งเป็นคำเดียวกับที่ใช้เป็นชื่อของราศีเมถุน (Gemini) หรือกลุ่มดาวคนคู่

  
          หลังจากหนุ่มรายนี้ได้โพสต์ภาพตัดต่อขำ ๆ ลงไปในทวิตเตอร์ส่วนตัว @extracis เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560 เพียงวันเดียว ก็มีผู้ชื่นชอบพากันเข้าไปกดถูกใจมากกว่า 8 หมื่นครั้ง และรีทวีตแชร์ต่อกันมากถึง 3.8 หมื่นครั้งเลยทีเดียว 

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @extracis
https://hilight.kapook.com/view/152653

Saturday, April 22, 2017

เปิดชีวิตเวทนาของตูบ ถูกล่ามโซ่-ตากแดดจนป่วยหนัก ไร้คนดูแลหลังเจ้าของติดคุก




         เปิดเรื่องราวชีวิตของ ไวโอเล็ต ตูบแสนเศร้าที่มีชะตาชีวิตน่าสงสาร ถูกล่ามโซ่ตากแดดมาตั้งแต่เล็ก ใช้ชีวิตอย่างน่าสงสารจนเจ็บป่วย แต่สุดท้ายฟ้าเมตตามีคนช่วยเหลือ กลายเป็นตัวใหม่ที่มีความสุข แถมมีเพื่อนตุ๊กตาคู่ใจ ไม่เหงาแล้วค่ะ !

           ใครก็ตามที่เห็น เจ้าไวโอเล็ต สุนัข เพศเมียสีขาวอายุ 2 ปี ตัวนี้ต่างก็ต้องสะเทือนใจด้วยกันทั้งสิ้น ไวโอเล็ตมีแววตาที่เจ็บปวด เศร้าโศกและหงอยเหงา มันถูกล่ามด้วยโซ่เส้นใหญ่หนาหนักมาตลอดชีวิตของมันจนขนรอบลำคอเปลี่ยนเป็นสีดำ ไวโอเล็ตใช้ชีวิตอย่างน่าเวทนาไร้การเหลียวแลอยู่ในกรงไม้แคบ ๆ ที่ตั้งอยู่กลางทุ่งโล่งแดดจ้าของเมืองมิเกล รัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา ชีวิตของเจ้าหมาที่น่าสงสารดำเนินอยู่แบบนี้จนกระทั่งผู้หญิงคนหนึ่งมาพบเจอมัน

  
         จากการรายงานของเว็บไซต์เดอะโดโด้ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2560 เผยว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวขับรถผ่านไปแถวนั้นโดยความบังเอิญ ทันทีที่เธอเห็นมันเธอก็รู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ เธอติดต่อไปยังสถานสงเคราะห์สัตว์นอร์ทอีสเทิร์น นิวเม็กซิโกเพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือ เมื่อทีมเจ้าหน้าที่เดินทางมายังที่อยู่ของเจ้าไวโอเล็ตก็พบว่าไม่ได้มีเพียงแค่ไวโอเล็ตเท่านั้นถูกล่ามอยู่ที่ที่แห่งนี้ แต่ยังมีอีก 5 ตัวถูกล่ามไว้ ทุกตัวอยู่ในสภาพถูกปล่อยปละละเลยอย่างมาก ก่อนหน้านี้พวกมันเคยมีเจ้าของที่เคยเลี้ยงดู แต่เขาถูกจับติดคุก จึงไม่สามารถมาเลี้ยงดูเจ้าหมาที่น่าสงสารเหล่านี้ได้

 
           ด้วยความที่รัฐนิวเม็กซิโกมีกฎหมายคุ้มครองสัตว์เลี้ยงที่ค่อนข้างเข้มงวด สัตว์เลี้ยงไม่สามารถถูกล่ามโซ่ทิ้งไว้ลำพัง โดยที่ไม่มีเจ้าของคอยดูแล เจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์จึงได้ทำการตัดโซ่เหล็กหนาหนัก แล้วพาเหล่าหมาที่น่าสงสารไปดูแล มูลนิธิเอ็นเอ็มด็อก (NM DOG) ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ โดยอาสารับเจ้าตูบทุกตัวรวมทั้งไวโอเล็ตไปเลี้ยงดู 

 
           เหล่าพี่น้องตูบถูกพาไปยังโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด ไวโอเล็ตมีอาการที่ย่ำแย่ ผิวหนังของเจ้าตูบที่น่าสงสารตัวนี้ถูกแดดเผาจนแดงแสบไปทั้งตัว  อีกทั้งยังองทนทุกข์ทรมานจากอาการฟลายสไตรค์ นั่นคือโรคที่เกิดจากแมลงวันมาฝังไข่ไว้กับผิวหนัง ตัวอ่อนเติบโตเป็นหนอนกัดกินเนื้อ แต่สิ่งที่แย่ที่สุดคือสภาพจิตใจของมัน

 
           "ไวโอเล็ตอยู่ในสภาพตื่นกลัวและหวาดผวาอยู่ตลอดเวลา ถ้ามีใครสักคนเข้าไปไกล ๆ มันแล้วยกมือขึ้น หรือโบกมือไปมาเร็ว ๆ แล้วล่ะก็ ไวโอเล็ตจะหมอบต่ำ ขดตัวกลัวอย่างหวาดกลัว ราวกับว่ากลัวว่ามันจะถูกตี ถูกทำร้าย ฉันนึกภาพไม่ออกเลยว่ามันเคยผ่านอะไรมาบ้าง แต่ถ้ามีใครพูดจาดี ๆ กับมัน มันก็ตอบสนองนะคะ" แองเจลา สแตลล์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเอ็นเอ็มด็อก เปิดเผยถึงเรื่องราวของเจ้าไวโอเล็ต

           แต่เมื่อได้รับการรักษาจนหาย สภาพร่างกายของไวโอเล็ตก็ฟื้นฟูขึ้นจนกลายเป็นตูบแข็งแรง สภาพจิตใจของมันก็เช่นกัน ตอนนี้ไวโอเล็ตเริ่มคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ รอบตัว และเริ่มที่จะเชื่อใจผู้คนรอบข้างบ้างแล้ว

  
          แองเจลาเชื่อว่าไวโอเล็ตน่าจะถูกล่ามโซ่มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อยจนกระทั่งโต มันจึงไม่เคยมีช่วงเวลาได้วิ่งเล่นเหมือนลูกหมาตัวอื่น ๆ แต่ตอนนี้ไวโอเล็ตสามารถทำแบบนั้นได้แล้ว มันมีนิสัยเหมือนกับลูกหมาตัวเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง ซุกซน ชอบวิ่งเล่น และตอนนี้ไวโอเล็ตมีเพื่อนคู่หูแล้ว นั่นคือตุ๊กตาแร็คคูน

           "ไวโอเล็ตเป็นหมาที่น่ารักและนิสัยดีมากค่ะ มันอ่อนโยนกับเจ้าหน้าที่ทีมงานทุกคน ไวโอเล็ตชอบตุ๊กตาแร็คคูนของมันมาก ชอบม้วนตัวพลิกไปพลิกมากับผ้าห่ม และก็ชอบออกไปวิ่งเล่นข้างนอกค่ะ ตอนนี้ไวโอเล็ตได้เจอโลกใหม่แล้ว มันไม่ถูกล่ามอีกต่อไปแล้ว"

           
           "คนที่จะรับไวโอเล็ตไปเลี้ยงดูต้องเป็นคนที่ใส่ใจมันจริง ๆ มันต้องการคนที่รักมันเหมือนกับสมาชิกครอบครัวคนหนึ่ง และต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างมาก เลี้ยงอย่างทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ข้างนอกบ้านไม่ได้เลยค่ะ เพราะผิวหนังของไวโอเล็ตไวต่อแดด มันจะแสบง่ายมาก" แองเจลากล่าว

            แองเจลาเล่าอย่างติดตลกว่า ไวโอเล็ตติดเจ้าตุ๊กตาแร็คคูนตัวนี้มาก มันจะเอาอุ้งเท้าตบ ๆ เขี่ยตุ๊กตา แล้วก็ทำท่าหลบ เล่นเหมือนกับเด็กที่เพิ่งได้มีของเล่นเป็นครั้งแรก ตอนนี้ไวโอเล็ตยังคงฟื้นตัวอยู่ แองเจลาคิดว่าอีกสักพักใหญ่กว่ามันจะพร้อมสำหรับการรับไปเลี้ยงดู อนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ที่รู้ ๆ คือทุกวันนี้ไวโอเล็ตมีแร็คคูนเป็นเพื่อน ตอนนี้ไม่เหงาและมีความสุขมาก ๆ เลยค่า

ภาพจาก NMDOG
https://pet.kapook.com/view170000.html

Sunday, April 9, 2017

ตื่นเต้นทั้งลำ ! ลูกเรือ Turkish Airline ทำคลอดผู้โดยสารบนเครื่อง ปลอดภัยทั้งแม่และเด็ก




       โมเมนต์แห่งความตื่นเต้น ผู้โดยสารสาวเจ็บท้องคลอดขณะเดินทางบนเครื่องบิน ลูกเรือเร่งเข้าช่วยเหลือ สุดท้ายคลอดสำเร็จ แม่ลูกปลอดภัย ยินดีกันถ้วนหน้า

        
เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2560 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า ทีมลูกเรือประจำสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ (Turkish Airlines) ประสบความสำเร็จในการทำคลอดให้กับผู้โดยสารสาวรายหนึ่ง หลังจากเธอเกิดเจ็บท้องคลอดระหว่างการเดินทาง เด็กทารกเป็นเพศหญิงสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัยทั้งแม่และเด็ก สร้างความตื่นเต้นยินดีกันไปทั่วทั้งลำ 


         เหตุการณ์อันน่าตื่นเต้นดังกล่าวเกิดขึ้นบนเครื่องโบอิ้ง 737 ของสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ ที่ออกเดินทางจากสนามบินวากาดูกูในเมืองโกนากรี เมืองหลวงของประเทศกินี มุ่งหน้าสู่เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี ทุกอย่างบนเครื่องบินปกติเรียบร้อยดี จนกระทั่งเมื่อเครื่องบินไต่ระดับที่ความสูง 42,000 ฟุตเหนือพื้นดิน ผู้โดยสารหญิงคนหนึ่งก็เริ่มแสดงอาการผิดปกติ

         ผู้โดยสารคนนี้มีชื่อว่า นาฟี ดิยาบี้ เธอตั้งครรภ์ได้ 28 สัปดาห์แล้ว นาฟีมีอาการเจ็บท้องคลอดลูก ลูกเรือที่เดินผ่านไปผ่านมาสังเกตเห็นท่าทีของเธอจึงได้รีบเข้าไปช่วยเหลือท่ามกลางความลุ้นระทึกของผู้โดยสาร จนในที่สุด นาฟีก็สามารถคลอดลูกสาวตัวน้อยออกมาได้สำเร็จ สร้างความยินดีกันถ้วนหน้า

         เด็กทารกตัวน้อยถูกตั้งชื่อว่า คาดิจู เครื่องบินแวะลงจอดที่สนามบินเมืองบูรกินาฟาโซเพื่อให้แม่และเด็กได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะดูอ่อนเพลียแต่ก็ปลอดภัยดี ทารกน้อยคาดิจูก็สุขภาพแข็งน่ารักมากอีกด้วย

         ทั้งนี้สายการบินส่วนใหญ่จะอนุญาตให้ผู้โดยสารที่มีตั้งครรภ์สามารถเดินทางขึ้นเครื่องได้ปกติเหมือนผู้โดยสารทั่วไปจนกระทั่งอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ โดยผู้โดยสารที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 28 สัปดาห์ขึ้นไป จำเป็นต้องแจ้งให้สารการบินทราบ และต้องไปตรวจเช็กร่างกายจากแพทย์ เพื่อขอกเอกสารระบุวันกำหนดคลอดก่อนเดินทาง

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @TurkishAirlines
https://hilight.kapook.com/view/151696