Wednesday, May 27, 2015

เศรษฐีจีนเงินเหลือเยอะ ซื้อแอปเปิลวอชให้หมาใส่ จ่ายไปเบา ๆ แค่ 8 แสนบาท




          เศรษฐีจีนเงินเหลือเยอะ รวยล้นฟ้า ให้น้องหมาใส่แอปเปิลวอช อิดิชั่น พร้อมติดแคปชั่น คุณมีแบบนี้บ้างหรือเปล่า

          เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 เว็บไซต์ cultofmac.com รายงานว่า นายหวัง ซีกง ลูกชายของนายหวัง เจียหลิน เศรษฐีที่รวยที่สุดในจีน ได้โพสต์ภาพลงบนสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นภาพสุนัขของเขาขณะที่สวมใส่แอปเปิลวอช รุ่น อิดิชั่น 2 เรือน สนนราคาที่เรือนละประมาณ 10,000-12,000 ดอลลาร์ (3.3-4 แสนบาท) ซึ่งนั่นหมายความว่านาฬิกา 2 เรือนที่อยู่บนขาน้องหมา มีมูลค่ารวมกันสูงถึงเกือบ 8 แสนบาท

 
          นอกจากนี้ นายหวัง ยังได้เขียนข้อความกำกับว่า "ฉันได้นาฬิกาใหม่ ฉันควรจะมีนาฬิกา 4 เรือน เพราะฉันมี 4 ขา แต่มันคงจะดูเหมือนคนอวดรวยเกินไป ฉันเลยเอาแค่ 2 เรือนก็พอ ซึ่งดู ๆ ไปแล้วก็เหมาะกับฐานะของฉันดี คุณมีนาฬิกาแบบนี้สักเรือนไหม ?"

 
          ทั้งนี้หลังจากที่นายหวังโพสต์ข้อความแบบนี้ ก็ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยมีบางคนที่ออกมาโพสต์ข้อความว่า "เราจะแกล้งทำเป็นว่าโพสต์นี้ของเขาเป็นแค่มุกตลกล้อเล่น เพราะเราไม่อยากจะหงุดหงิดหัวเสียกับสุนัขที่น่ารักแบบนี้" หรือบางคนก็ออกมาโพสต์ว่า "ช่วยไม่ได้ที่สุนัขตัวนี้มีเจ้าของที่ทุเรศสิ้นดี"

 
          รายงานระบุด้วยว่า คุณพ่อของนายหวังนั้น เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจีน และมีรายได้รวมกันทั้งปีกว่า 1,147,000 ล้านดอลลาร์ นั่นจึงทำให้นายหวังกลายเป็นอภิมหาเศรษฐีอีกคน

ภาพจาก weibo.com
http://hilight.kapook.com/view/121018

Tuesday, May 26, 2015

น่ารักมุ้งมิ้ง ตามไปดูแพนด้ากว่า 1,800 ตัว เดินทางท่องโลก




              กองทัพ แพนด้า เวิลด์ทัวร์ บุกถึงเกาหลีใต้แล้ว ตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่เจ้าหมีสีขาว-ดำ เพิ่มเป็น 1,800 ตัว ละลานตาน่ารักจริง ๆ

              ถ้ายังพอจำกันได้คุณอาจเคยได้เห็นได้อ่านข่าว พาเหรดแพนด้า 1,600 Pandas World Tour กันมาบ้างแล้ว ซึ่งเป็นโปรเจคท์รณรงค์การอนุรักษ์หมีแพนด้าของศิลปินชาวฝรั่งเศส เปาโล กรองจีอง (Paulo Grangeon) ที่เริ่มต้นขึ้นในปี 2551 พาตุ๊กตาแพนด้าที่ประดิษฐ์ขึ้นด้วยวิธีปะติดกระดาษเปเปอร์มาเช่จำนวน 1,600 ตัว อันเป็นตัวเลขจำนวนประชากรหมีแพนด้ายักษ์ที่ยังหลงเหลืออยู่ทั่วโลก ไปทัวร์ตามประเทศต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมาก็ไปมาแล้วทั้งในยุโรปและเอเชีย อาทิ ฝรั่งเศส เยอรมนี ไต้หวัน มาเลเซีย และล่าสุดนี้ก็เดินทางมาถึงเกาหลีใต้ แถมยังเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 1,800 ตัว ตามจำนวนประชากรแพนด้า ณ ปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นแนวโน้มที่ดีและความสำเร็จในการรณรงค์การอนุรักษ์ช่วงที่ผ่าน มาแพนด้าด้วยนั่นเอง ยกนี้เลยมีตุ๊กตาน้องหมีแพนด้าขาว ๆ ดำ ๆ น่ารักละลานตายิ่งกว่าเดิม


               กองทัพตุ๊กตาแพนด้าถูกนำมาจัดแสดงเป็นแรกที่ ศูนย์วัฒนธรรมเซจอง ในกรุงโซล เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2558 และจะเวียนนำไปจัดแสดงตามแลนด์มาร์คต่าง ๆ ทั่วเกาหลีใต้ ไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ใครมีโอกาสแวะเวียนไปเกาหลีใต้ในช่วงนี้ ก็สามารถไปถ่ายรูปกับเหล่ากองทัพหมีกันได้นะคะ โดยเข้าไปเช็กสถานที่จัดแสดงได้เว็บไซต์ 1600pandas.kr ค่ะ 

 
              ว่าแต่เมื่อไหร่เจ้าแพนด้าจะมาถึงเมืองไทยบ้างน้า..

  
กระปุกดอทคอม

ช่วยพี่ด้วย ! สิงโตละทิ้งศักดิ์ศรี วิ่งหนีขึ้นต้นไม้ หลังโดนควายป่ารุม




           เปิดภาพสิงโตใจป๊อด ละแล้วซึ่งศักดิ์ศรี ขอเอาชีวิตไว้ก่อน วิ่งหนีหาที่หลบบนต้นไม้ หลังควายป่าทั้งฝูงเฝ้ารุม

           เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2558 เว็บไซต์เทเลกราฟ telegraph.co.uk รายงานว่า พญาสิงโตตัวหนึ่ง ต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอดด้วยการปีนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ หลังจากที่มันถูกต้อนโดยฝูงควายป่าที่โกรธแค้นทั้งฝูง

           ภาพหายากชุดนี้ ถูกถ่ายเอาไว้เมื่อเดือนมีนาคม ที่เขตอุทยานแห่งชาติ  Maasai Mara ประเทศเคนย่า ซึ่งเป็นภาพที่เผยให้เห็นสิงโตขี้ขลาดหน้าตาตื่นตระหนกตัวหนึ่ง วิ่งหนีจากอันตรายด้วยการปีนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ และแม้ว่ามันจะอยู่บนนั้น แต่ก็ใช้ว่าสิงโตจะปลอดภัย เนื่องจากเหล่าฝูงควายป่าต่างมายืนล้อมรอบต้นไม้ เพื่อรอให้เจ้าสิงโตตกลงมา

           ด้าน นายชาร์ลส์ โคมิน วัย 63 ปี อดีตทหารบก ที่ออกเดินทางไปเที่ยวเคนย่าในวันหยุดกับภรรยาของเขา เผยว่า เขาและภรรยาได้ไปท่องสวนซาฟารีแห่งนี้เป็นแห่งสุดท้าย และไกด์ผู้มากประสบการณ์ก็ได้พาทั้งคู่มาจอดรถอยู่ใกล้ ๆ กับฝูงควายป่า ที่มักจะมีนิสัยหวงลูกควายเกิดใหม่ แต่ทันใดนั้น เหตุการณ์ระทึกก็เกิดขึ้น เพราะเจ้าสิงโตได้โผล่ออกมาจากที่ซ่อนเพื่อจะตะครุบลูกควายป่าเป็นเหยื่อ และนั่นทำให้ควายป่าทั้งฝูง ตามวิ่งไล่ขวิดสิงโตออกไป

           "ไม่นานนักสิงโตก็รีบปีนขึ้นไปบนต้นไม้ เพราะมันรู้สึกหวาดกลัวสุด ๆ ส่วนควายป่าก็ล้อมวงกันใต้ต้นไม้ และตามดมกลิ่นสิงโต ฝูงควายป่าไม่คิดจะปล่อยสิงโตให้หลุดไปง่าย ๆ เพราะสิงโตเองต้องการที่จะล่าเหยื่อที่เป็นลูกควายป่า และทำให้สิงโต ไม่สามารถหนีไปได้ง่าย ๆ อย่างที่ต้องการ "

           แต่ หลังจากขึ้นไปบนต้นไม้ไม่นาน สิงโตก็เกิดอาการเมื่อยล้า และมันก็ค่อย ๆ ไถลตัวลงมา และเมื่อมันลงมาถึงพื้น สิงโตก็ขู่ฟ่อและรีบกระโจนหนี มันวิ่งมาทางรถจี๊ปของนายชาร์ลส์ โคมิน ก่อนจะหายไปในพุ่มไม้ พร้อมกับสีหน้าตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด

           "มันเป็นช่วงเวลาขนลุก สิงโตไม่สามารถเกาะต้นไม้ได้นาน มันอาจจะรู้สึกว่าชะตากรรมของมันมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว ดังนั้นสิงโตจึงต้องลองอีกสักครั้งเพื่อจะหนี"


ภาพจาก bhaskar.com
กระปุกดอทคอม

Monday, May 25, 2015

หญิงตกงานรักตูบยิ่งชีพ ยอมนอนในรถแทนบ้านพักฟรี เพื่อดูแลหมา 2 ตัว




        ครูตกงานวัยกลางคนยอมอาศัยอยู่ในรถเก่า ๆ กับสุนัขแสนรัก 2 ตัว อดได้สวัสดิการช่วยเหลือบ้านพักที่ให้อาศัยได้ฟรี ๆ เพราะทำใจทิ้งสหายสี่ขา ตามเงื่อนไขห้ามมีสัตว์เลี้ยงไม่ได้

         การต้องทอดทิ้งสัตว์เลี้ยงของตัวเองเป็นสิ่งที่ทำใจยอมรับได้ยากเหลือเกิน สำหรับคนรักสัตว์ แต่ก็มีบางสถานการณ์ที่บีบบังคับให้ต้องทำอย่างจำใจ แต่ไม่ใช่กับ นางฮิลลารี่ แบร์โรวส์ ครูตกงานชาวอังกฤษวัย 57 ปี รายนี้ ที่ยอมอยู่กินในรถเก๋งคันเก่าอันเป็นสมบัติเดียวที่มีเหลืออยู่ แทนที่จะได้เข้าไปอยู่ที่บ้านพักตามสวัสดิการของรัฐ เพื่อที่เธอจะได้เลี้ยงสุนัขที่รักดั่งลูกทั้ง 2 ตัวต่อไป 

 
          เว็บไซต์เมโทร เผยเรื่องราวของนางฮิลลารี่ ในรายงานวัที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า เธอกลับมาที่อังกฤษอีกครั้งเมื่อเดือนมกราคม หลังจากทำงานเป็นครูสอนภาษาในต่างแดนนานถึง 8 ปี โดยตั้งใจว่าจะมาหางานทำใหม่ในอังกฤษ แต่ผ่านเวลาไปเนิ่นนานก็ยังหางานไม่ได้ จนกระทั่งเงินเก็บที่มีอยู่หมดลง จึงจำต้องย้ายออกจากแฟลตที่เช่าอยู่ในมณฑลเคนท์ จากสถานะคนตกงานทำให้นางฮิลลารี่มีสิทธิ์รับสวัสดิการบ้านพักฟรีจากทางรัฐ แต่ต้องทำตามเงื่อนไข "ห้ามเลี้ยงสัตว์" แม้จะถูกบีบให้เลือกเช่นนี้ แต่คุณครูผู้ตกงานก็เลือกปฏิเสธสวัสดิการดังกล่าวไปอย่างไม่ลังเล เธอบอกว่าจะไม่ยอมทิ้งสุนัข 2 ตัว ที่เธอเก็บมาเลี้ยงไปเด็ดขาด 


          ในตอนนี้นางฮิลลารี่อาศัยกิน นอนอยู่ในรถเก๋งคันเก่าซึ่งจอดไว้ในลานจอดรถร้านซูเปอร์สโตร์แอสด้า พร้อมกับเจ้าร็อบบี้และคลีโอ สุนัขแสนรักทั้ง 2 ตัว ใช้ชีวิตเยี่ยงคนโฮมเลส อาบน้ำอาทิตย์ละครั้งจากห้องน้ำใกล้ ๆ ที่คิดเงินคราวละ 2 ปอนด์ (ประมาณ 100 บาท) แต่ก็ยังโชคดีที่ผู้ดูแลห้างใจดีให้เธอจอดรถได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง และยังคอยให้อาหารเช้าที่เหลือจากการขายในห้างให้ด้วย อันทำให้เธอยังพอมีอาหารกิน จากปกติที่ใช้เงินเท่าที่ยังพอดีแบ่งซื้ออาหารให้ตัวเองและสุนัขแสนรักสลับ กันไป

         ด้านตัวนางฮิลลารี่ก็ยังไม่ละความ พยายามในการหางานใหม่ เธอคอยเช็กจากในอินเทอร์เน็ตอยู่เสมอ ด้วยมือถือและโน้ตบุ๊กที่อาศัยชาร์จไฟฟรีจากร้านแมคโดนัลด์ที่อยู่ใกล้กัน พร้อมทั้งยังพยายามสมัครขอรับเงินอุดหนุนด้านที่อยู่อาศัยจากทางรัฐ แม้จะได้รับคำตอบว่า เธอจะไม่ได้สิทธิ์ช่วยเหลือเป็นลำดับแรก ๆ เนื่องจากที่ผ่านมาเธออาศัยอยู่นอกประเทศต่อเนื่องกันนานเกินไป ซึ่งเจ้าตัวเห็นว่าเป็นเหตุผลที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย

           อย่างไรก็ตามในตอนนี้เริ่มมีผู้บริจาคเงินช่วยเหลือนางฮิลลารี่เข้ามาบ้างแล้ว ผ่านทางเพจ Gofundme ที่เจ้าได้สมัครไว้ โดยตั้งเป้าไว้ที่จำนวน 1,500 ปอนด์ (ประมาณ 75,000 บาท) สำหรับเป็นเงินจ่ายค่ามัดจำในการเช่าแฟลตห้องใหม่ ที่เธอสามารถอาศัยอยู่พร้อมกับเจ้าตูบทั้งสองตัวได้นั่นเอง

 

กระปุกดอทคอม

 

        

Saturday, May 23, 2015

แชร์สนั่นฉากซึ้ง นาที"โฮ่ง"กลับสู่อ้อมอกเจ้าของ หลังรอดชีวิตตึกถล่ม





 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์รายงานว่า โจว เจี้ยจุน ชายชาวจีนจากมณฑลกุ้ยโจว ถึงกับกลั้นน้ำตาด้วยความดีใจไว้ไม่อยู่ เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสามารถช่วยชีวิตสุนัขแสนรักของเขาออกมาจากซาก ตึกถล่มได้ หลังจากติดอยู่ในนั้นนานถึง 25 ชั่วโมง

 โจว เจี้ยจุน เช่าอพาร์ตเม้นต์แห่งหนึ่ง บนชั้น 9 แต่แล้วเหตุการณ์โคลนถล่มและฝนตกอย่างหนักอย่างต่อเนื่องเมื่อกลางเดือนที่ ผ่านมา ทำให้อพาร์ตเม้นต์ซึ่งมีผู้เช่าอยู่ 35 ครอบครัวพังครืนลงมา


แม้เขาจะรอดออกมาจากตึกได้ แต่เจ้าสุนัขที่เลี้ยงไว้หนีออกมาไม่ทัน ต้องติดแหง็กอยู่ใต้กองหินกองปูน ทีแรกชายหนุ่มคิดว่าอาจต้องสูญเสียเพื่อนรัก 4 ขาไปซะแล้ว ด้วยความที่ติดอยู่ข้างในเกินกว่า 1 วัน แต่แล้วโชคชะตาก็ไม่พลัดพราก ทั้งคู่ได้พบกันอีกครั้ง พร้อมด้วยรอยยิ้มและน้ำตาที่ปรากฎบนใบหน้าของชายหนุ่ม

 ในขณะที่เจ้าหมาน้อยเลียหน้าเจ้านายด้วยความดีใจ

แหล่งที่มา  ข่าวสด