Saturday, July 30, 2016

เอ็นดูสุดใจ ลูกหมาจรจัดกอดเพื่อนตูบแน่น เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปเลยนะ




         ภาพน่ารักปนสะเทือนใจของลูกหมาจรจัด 2 ตัว ที่ถูกนำมาทิ้งวัด แต่โชคดีได้แม่ชีเมตตาช่วยเหลือทั้งคู่ จึงเฝ้ากอดเพื่อนเอาไว้ไม่ให้ห่างกันไปไหน อยู่ด้วยกันตลอดไปเลยนะ

          แม้จะได้ชื่อว่าเป็นเพียงสัตว์เดรัจฉาน แต่สุนัขก็มีความรักให้กับทุกคนอย่างน่าเหลือเชื่อ รวมถึงเพื่อนร่วมสายพันธุ์ด้วยกันเองเช่นกัน โดยรายงานจากเว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2559 ได้เปิดเผยเรื่องราวของลูกสุนัขตัวน้อย ที่ถูกนำมาทิ้งให้กลายเป็นหมาจรจัดในวัด แต่นั่นทำให้เกิดภาพชวนประทับใจอย่างมาก


        ภาพของลูกสุนัขสีน้ำตาลที่คอยกอด เพื่อนตูบตัวเล็กสีดำแทบตลอดเวลา กลายเป็นภาพที่ถูกส่งต่อกันอย่างแพร่หลายในโลกโซเชียลจีน โดยลูกสุนัขทั้งสองตัวได้รับการช่วยเหลือจากแม่ชีประจำวัดแห่งหนึ่ง แม้จะมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแล้ว แต่เจ้าตัวสีน้ำตาลก็ยังคงกอดเพื่อนตัวดำไว้แน่น ราวกับต้องการปกป้องเพื่อนตัวน้อยให้ปลอดภัย และจะไม่ยอมแยกจากกันไปไหนด้วย


          อนึ่ง แม้ภาพนี้จะถูกส่งต่อมากมาย แต่ยังไม่มีใครทราบว่าวัดที่ตูบน้อยทั้งสองตัวนี้อาศัยอยู่นั้นตั้งอยู่ที่ ไหน ในขณะที่ชาวเน็ตบางรายสังเกตว่า ท่านั่งของลูกหมาดูคล้ายกำลังนั่งขัดสมาธิ อาจเป็นเพราะมันเข้ามาอยู่ในวัดแล้วจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ก็เป็นได้













ภาพจาก weibo
http://pet.kapook.com/view153583.html

Thursday, July 28, 2016

ขนลุกซู่ ผู้โดยสารสหรัฐฯ ถาม เอามัมมี่หัวนักปรัชญาติดตัวขึ้นเครื่องได้ไหม !?




         ผู้โดยสารเครื่องบินตั้งคำถามชวนสยอง โพสต์ถามทางการด้านคมนาคมสหรัฐฯ ว่า มัมมี่ศีรษะของนักปรัชญาชาวอังกฤษ เจเรมี่ เบนแธม สามารถเอาติดตัวขึ้นเครื่องได้หรือไม่ พอคำตอบปรากฏออกมายิ่งขนลุกหนัก ทำได้ !!

          เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ รายงานว่า แซม ลาวีญจ์ หนุ่มอเมริกันจากบรู๊คลิน มหานครนิวยอร์ก ได้ตั้งคำถามชวนสยองนี้ไปยังทวิตเตอร์หน่วยงานความปลอดภัยด้านการคมนาคม สหรัฐฯ (TSA) ระบุชัด ๆ เน้น ๆ "ผมสงสัยว่า ถ้าจะเอามัมมี่ศีรษะของ เจเรมี่ เบนแธม อย่างในภาพนี้ เป็นสัมภาระติดตัวขึ้นไปบนเครื่อง สามารถทำได้หรือไม่ ขอบคุณครับ"

          หลังจากได้รับคำถามที่สร้างความฮือฮานี้มา ทางด้าน TSA ซึ่งเปิดพื้นที่บนอินสตาแกรมและเฟซบุ๊กให้ผู้คนได้ถามสิ่งที่อนุญาต/ไม่ อนุญาตในการโดยสารเครื่องบิน ก็ได้ตอบคำถามนี้กลับมาอย่างรวดเร็ว และนั่นทำให้ขนลุกซู่

  
            "มัมมี่ศีรษะของเจเรมี่ เบนแธม สามารถนำติดตัวขึ้นไปบนห้องโดยสารได้ ตราบใดที่มันถูกห่อบรรจุไว้อย่างเหมาะสมแล้วติดป้ายไว้ พร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วย อย่างไรก็ตามเราแนะนำให้ติดต่อสอบถามทางสายการบินว่าจะอนุญาตหรือไม่ เดินทางปลอดภัยครับ"

  
              เจเรมี่ เบนแธม มีชีวิตอยู่ระหว่างปี 1748-1832 เขาเป็นนักคิด นักกฎหมาย และนักปฏิรูปสังคมชาวอังกฤษ เบนแธมเสียชีวิตลงในวัย 84 ปี พร้อมกับทิ้งพินัยกรรมที่ระบุว่า ให้ยกร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่เพื่อการผ่าศึกษา จากนั้นเก็บโครงกระดูกและ "ศีรษะ" ของเขาเอาไว้ กระดูกให้ทำร่างขึ้นจำลองเหมือนตัวเขา สวมใส่สูทสีดำเช่นที่เขาเคยใส่ประจำเมื่อครั้งมีชีวิต ส่วนศีรษะให้นำไปทำเป็นหัวมัมมี่ แล้วนำมาประกอบใส่ร่าง กลายเป็นหุ่นแทนตัวเขาที่ยังคงมีศีรษะจริงของเขาอยู่ ส่วนดวงตานั้น เบนแธมก็ถึงกับพกลูกตาเทียมเอาไว้ติดตัวตลอดเวลา เพื่อให้คนที่ดูแลศพรู้ว่าต้องนำมันมาใส่แทนลูกตาจริง ๆ ของเขา

  
               ปัจจุบันหุ่นและศีรษะของเบนแธมถูก จัดแสดงไว้ในมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน โดยมีสภาพที่ต่างจากที่เขาต้องการเล็กน้อย นั่นคือได้มีการปั้นศีรษะขี้ผึ้งมาใส่ไว้บนร่างแทนมัมมี่ศีรษะจริง ๆ ของเขา เนื่องจากมัมมี่ศีรษะของเขานั้นมีสภาพไม่ชวนมองอย่างที่เห็น

ภาพจาก University College London, hyperallergic
http://hilight.kapook.com/view/140031

Wednesday, July 27, 2016

แฟน Pokemon Go อินจัด จับเจ้าตูบย้อมขนเป็นปิกาจู โถชะตาหมาน้อย




         แฟน Pokemon Go อินจัดกับกระแสเกม เลยเกิดปิ๊งไอเดียแผลง จับเจ้าตูบมาย้อมสีขนแปลงร่างเป็นปิกาจู ชาวเน็ตจวกยับบอกรังแกสัตว์ชัด ๆ เลย

          กระแสยังคงแรงไม่มีตกจริง ๆ สำหรับเกมยอดฮิตที่มียอดผู้เล่นถล่มทลายทั่วโลกอย่าง Pokemon Go และ เกิดปรากฏการณ์แปลก ๆ ให้ได้เห็นกันอยู่ไม่เว้นแต่ละวัน ล่าสุดกระแสของเกมได้ส่งผลกระทบไปถึงสัตว์เลี้ยงที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวเราอย่างสุนัขแล้ว เมื่อเจ้าของสุนัขรายหนึ่งซึ่งเป็นแฟน Pokemon Go ดันเกิดอาการคลั่งไคล้กับเกมนี้เอาเสียมาก ๆ จนถึงขนาดจับเจ้าตูบที่เขาเลี้ยงมาย้อมขนเป็นปิกาจู ซึ่งเป็นโปเกมอนตัวหลักของเกม

  
              เจ้าตูบตัวน้อยตัวนี้ถูกย้อมสีขนให้กลายเป็นสีเหลืองทั้งตัว มีแถบดำและมีรอยแต้มสีแดงที่แก้ม 2 ข้าง ถอดแบบลักษณะของปิกาจูมาเป๊ะเลย โดยคลิปของเจ้าตูบปิกาจูตัวนี้ถูกนำมาโพสต์โดยเฟซบุ๊ก Elihudi Justin Urassa เมื่อวันที่ 24 กรกกฎาคม 2559 ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก มีผู้กดเข้าไปดูมากกว่า 2.6 ล้าววิว ก่อนจะถูกส่งต่อกันและกลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียล ก่อนเว็บไซต์เดลี่เมล จะหยิบมานำเสนอเมื่อวันที่ 26 กรกฏาคมที่ผ่านมา

  
              แม้คลิปดังกล่าวจะ มีผู้ให้ความสนใจมาก แต่ส่วนใหญ่เป็นไปในทางลบเสียมากกว่า คอมเมนต์ของชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาต่อว่าการกระทำของเจ้าของสุนัขรายนี้ บ้างก็บอกว่าเจ้าของจิตป่วย บางรายก็ว่าปัญญาอ่อน ส่วนแฟน ๆ Pokemon Go หลายคนต่างก็เข้ามาบอกว่า ถึงแม้ตนจะชื่นชอบโปเกมอนมากก็ตาม แต่ไม่เคยทำสิ่งนี้เพราะมันคือการรังแกสัตว์

http://pet.kapook.com/view153357.html

ชมคลิป   http://pet.kapook.com/view153357.html

Tuesday, July 26, 2016

จีนพบหลุมยักษ์กลางทะเลลึกที่สุดในโลก ขนานนาม "รูมังกร"




         นักสำรวจจีนพบหลุมยักษ์ในทะเลจีนใต้ ลึกสุดใจกว่า 300 เมตร ขึ้นแท่นหลุมยักษ์ใต้ทะเลที่ลึกที่สุดในโลก พร้อมได้รับการขนานนามว่า "รูมังกร"

          วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เปิดเผยเรื่องราวน่าทึ่งที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังจากประเทศจีน เมื่อคณะนักสำรวจชาวจีนได้พบหลุมยักษ์กลางทะเล หรือที่เรียกกันว่า บลูโฮล (Blue hole) บริเวณพิกัดละติจูดที่ 16.31 องศาเหนือ และลองจิจูดที่ 111.46 องศาตะวันออก บนทะเลจีนใต้ ใกล้กับหมู่เกาะแพราเซล (Paracel Islands)

  
          จากการสำรวจ พบว่าหลุมใต้ทะเลนี้มีความลึกถึง 300.89 เมตร หรือสามารถนำตึกใบหยก 2 เกือบทั้งตึกลงไปใส่ในหลุมได้อย่างสบาย ๆ ด้วยความลึกขนาดนี้ ทำให้มันนั่งแท่นหลุมบลูโฮลที่ลึกที่สุดในโลกเท่าที่มีการบันทึกได้ไปแล้ว เรียบร้อย

          ในส่วนของความกว้างนั้น วัดได้ที่ปากหลุมประมาณ 130 เมตร ส่วนก้นหลุมกว้างประมาณ 36 เมตร นอกจากนี้ยังมีการค้นพบสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลอีกราว 20 สปีชีส์ อาศัยอยู่ภายในหลุมแห่งนี้ด้วย ทั้งนี้ ด้วยความใหญ่อลังการและสวยงาม ทำให้ชาวจีนตั้งชื่อเรียกหลุมบลูโฮลแห่งนี้เป็นการชั่วคราวว่า รูมังกร

  
              อนึ่ง ก่อนหน้านี้หลุมยักษ์ใต้ทะเลที่ครองตำแหน่งใหญ่และลึกที่สุดในโลก คือ หลุมเกรทบลูโฮล ประเทศเบลีซ เป็นหลุมตามธรรมชาติที่ใหญ่และน่ากลัว มีลักษณะเป็นถ้ำลึกลงไปใต้ทะเล มีขนาดความกว้างปากหลุมประมาณ 300 เมตร ลึกประมาณ 125 เมตร ข้างล่างเป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคน้ำแข็งเลยทีเดียว และแม้ว่าหลุมนี้จะเป็นหลุมที่น่ากลัวที่สุดและคร่าชีวิตคนมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่บริเวณนี้ก็ยังเป็นที่นิยมของนักประดาน้ำที่ชอบความท้าทายอยู่ไม่น้อย



ภาพจาก qq, belizeglobe.com
http://hilight.kapook.com/view/139933

Saturday, July 23, 2016

ตื่นตา ชมคลิปปรากฏการณ์ไมโครเบิร์สต์ กระแสลมมรณะจากฟ้าสู่ดิน




       เผยภาพ-คลิปปรากฏการณ์ไมโครเบิร์สต์ (Microburst) กระแสลมมรณะที่พุ่งลงจากฐานเมฆฝนในแนวดิ่ง ปรากฏเป็นภาพสุดตื่นตา ประหนึ่งธรณีถูกสูบขึ้นฟ้า

        เว็บไซต์ Boredpanda นำภาพและคลิปนี้มาฝากกันเมื่อวันที่ 21 กรกฏาคม 2559 ระบุว่า ภาพปรากฏการณ์หาชมยากนี้บันทึกได้โดย เจอร์รี่ เฟอร์กูสัน (Jerry Ferguson) ที่นั่งอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ทำข่าว ขณะเฮลิคอปเตอร์กำลังบินอยู่เหนือเมืองฟินิกซ์ รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และนับว่าเขาอยู่ถูกที่ถูกเวลามาก จึงได้ภาพสุดตื่นตานี้มาให้ชมกัน

  
          สำหรับปรากฏการณ์ที่เห็นอยู่นี้เรียกว่า ไมโครเบิร์สต์ (Microburst)เกิดจากกระแสลมที่พุ่งออกจากฐานเมฆฝนในแนวดิ่งด้วยความเร็วมาก กลายเป็นลมกดลงพื้น ก่อนจะกระจายออกไปทุกทิศทาง มักเกิดขึ้นในช่วงฝนฟ้าคะนอง

  
              ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า ไมโครเบิร์สต์เป็นกระแสลมที่อันตรายมาก ด้วยความเร็วลมที่พุ่งลงพื้น มันได้ทำให้เครื่องบินตกมาแล้วหลายลำ และยังสามารถโค่นต้นไม้ได้ด้วย



ภาพจาก Jerry Ferguson
http://hilight.kapook.com/view/139806
ชมคลิป  http://hilight.kapook.com/view/139806